
ครึ่งปีหลัง เงินเฟ้อสูงกว่า 4%
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
โดย...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
แนวโน้มและประเด็นสำคัญของอัตราเงินเฟ้อไทยปี 2555 นั้น ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นสำคัญ โดยราคาน้ำมันอาจทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน ท่ามกลางสภาวะแวดล้อมทางการเงินที่ผ่อนคลายจากการคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ และธนาคารกลางยุโรป ซึ่งเอื้อต่อกระแสเงินลงทุนไหลเข้าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ตลอดจนข้อพิพาทและมาตรการตอบโต้ระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตกและอิสราเอล อาจทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อมีภาพที่ชัดขึ้นในระยะข้างหน้า แม้ว่าปัจจัยเรื่องฐานการคำนวณเปรียบเทียบทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอาจชะลอลงมามีค่าเฉลี่ยที่ระดับประมาณ 3.3-3.4% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2555 จากระดับเกิน 4.0% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2554
ผลกระทบระลอกสอง หลังการปรับเพิ่มราคาน้ำมันพลังงาน และค่าจ้างแรงงาน อาจเพิ่มเงินเฟ้อคาดการณ์ ซึ่งย่อมจะทำให้แรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อในประเทศชัดเจนมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากภาครัฐสามารถทยอยลดมาตรการอุดหนุนราคาพลังงาน และเศรษฐกิจไทยยังรักษาการขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ขณะที่ปัจจัยเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุนผู้ผลิต และหนุนระดับราคาสินค้าผู้บริโภค ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องต่อการไล่ระดับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 ให้มีโอกาสสูงกว่า 4.0% นั้น จะเริ่มก่อตัวขึ้นในระหว่างไตรมาส 2/2555 อาทิ การปรับค่าจ้างแบบก้าวกระโดด การปรับขึ้นค่าไฟฟ้าเอฟที แรงหนุนราคาอาหารที่อาจขยับขึ้นตามโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร ตลอดจนความเป็นไปได้ที่จะมีการกลับมาทยอยเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อปี 2555 นั้น เนื่องจากประเด็นแวดล้อมของเงินเฟ้อล่าสุดไม่แตกต่างไปจากที่คาด ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จึงยังคงมุมมองเดิมว่า เงินเฟ้อครึ่งปีแรกจะอยู่ในระดับที่ไม่สูงมากนักจากผลของฐานเปรียบเทียบ แต่เงินเฟ้อครึ่งปีหลังจะมีโอกาสเร่งตัวขึ้นตามกระบวนการส่งผ่านแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ผลิต โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2555 จะมีค่าเฉลี่ยที่ 3.9% (กรอบคาดการณ์ที่ 3.5-4.5%) ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2555 อาจมีค่าเฉลี่ยสูงขึ้นกว่าปี 2554 มาอยู่ที่ 3.0% (กรอบคาดการณ์ที่ 2.6-3.6%)
ทั้งนี้ คงต้องดูทิศทางการเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ยังมีโอกาสขยับขึ้นเข้าใกล้กรอบบนของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อปัจจุบัน 0.5-3.0% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงที่แรงกดดันเงินเฟ้อจะกลับมาสูงขึ้น พร้อมๆ กับโมเมนตัมการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และอาจมีนัยตามมาต่อการกำหนดจุดยืนเชิงนโยบายการเงินของ ธปท.ในช่วงเวลานั้น
สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือน ก.พ. 2555 ยังอยู่ในช่วงชะลอตัว แม้จะมีแรงผลักจากการขยับขึ้นของราคาทั้งในหมวดอาหาร/เครื่องดื่ม และในหมวดที่ไม่ใช่อาหาร/เครื่องดื่ม ทั้งนี้คงต้องยอมรับว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและการขนส่ง หลังราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตามราคาตลาดโลก และการเพิ่มการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ มีผลต่อเนื่องมาที่ภาพของราคาสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างชัดในเดือนนี้
ประเด็นสำคัญ คือ การแข็งค่าของเงินบาทช่วยลดทอนผลกระทบจากการเร่งตัวขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกต่อราคาขายปลีกในประเทศไว้ได้บางส่วนในเดือน ก.พ. โดยในระหว่างเดือนนั้น ราคาเฉลี่ยน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น 5.0-6.5% ท่ามกลางการทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือน ของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก







