posttoday
โตโยต้าลงทุนอีก6พันล.

โตโยต้าลงทุนอีก6พันล.

01 มีนาคม 2555

โตโยต้า ยังมั่นใจเมืองไทย ประกาศลงทุนเพิ่ม 6,000 ล้าน

โตโยต้า ยังมั่นใจเมืองไทย ประกาศลงทุนเพิ่ม 6,000 ล้าน เพิ่มผลิตเครื่องยนต์อีกปีละ 1 แสนเครื่อง รับตลาดในและภูมิภาค

รายงานข่าวจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น แจ้งว่า โตโยต้าได้ตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์เบนซิน ZR สำหรับรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า อีก 1 แสนเครื่องต่อปี โดยใช้เงินลงทุนกว่า 6,000 ล้านบาท ในบริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอมตะนคร จ.ชลบุรี

การลงทุนดังกล่าวนอกจะเป็นการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์แล้ว ยังรวมถึงการเพิ่มสายการผลิตการหล่ออะลูมิเนียมอีกด้วย โดยคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จในปี 2557

อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังการผลิตเครื่องยนต์ครั้งนี้ ทำให้บริษัท สยามโตโยต้าฯ มีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 8.4 แสนเครื่องต่อปี หรือประมาณ 10% ของการผลิตรวมของโตโยต้าทั่วโลก

สาเหตุที่โตโยต้าตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตครั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันความต้องการของลูกค้าในตลาดรถยนต์นั่ง หรือ Passenger Car ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้โตโยต้าจำเป็นต้องผลิตเครื่องยนต์เบนซินเพิ่มมากขึ้น โดยบริษัทมีแผนส่งออกเครื่องยนต์เบนซิน ZR ไปยังกลุ่มโตโยต้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เช่น ประเทศเวียดนาม ไต้หวัน ฯลฯ ประมาณปีละ 3,000 ล้านบาท

ด้านนายฮิโรชิ นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ เปิดเผยว่า ทางอีซูซุยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ลงทุนขยายโรงงานผลิตรถกระบะ อีซูซุ ดีแมคซ์ ใหม่ ที่นิคมอุตสาห กรรมเกตเวย์ มูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาท เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่ผ่านมา เพื่อขยายกำลังการผลิตจาก 2 แสนคันต่อปี เป็น 4.5 แสนคันต่อปี

การขยายกำลังการผลิตดังกล่าว เพื่อรองรับความต้องการรถกระบะที่เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ประเทศไทยประสบปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประกอบกับเพื่อส่งออกไปยังตลาดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“คาดว่าตลาดรถยนต์ปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคัน โดยรถกระบะจะมีสัดส่วนประมาณ 50% ซึ่งอีซูซุคาดว่าจะมียอดจำหน่ายปีนี้อยู่ที่ 2 แสนคัน เพิ่มจากปีที่แล้วที่มียอดขายอยู่ที่ 1.3 แสนคัน โดยโรงงานอีซูซุสามารถผลิตได้เต็มกำลังการผลิตได้ประมาณปลายเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าปีนี้อีซูซุจะสามารถผลิตได้ 2.5-3 แสนคัน เพื่อขายในประเทศและส่งออก” นายนาคางาวะ กล่าว

สำหรับตลาดในกลุ่มประเทศอาเซียนนั้น ถือเป็นตลาดที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะหลังจากการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน (เออีซี) คาดว่าความต้องการรถกระบะในตลาดนี้อยู่ที่ 1 ล้านคัน จากปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 5 แสนคัน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นตลาดหลักในกลุ่มประเทศนี้ รองลงมาคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

เออีซีจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์โดยรวม นอกจากทำให้ตลาดใหญ่ขึ้นแล้ว ยังทำให้เกิดความร่วมมือประเทศกลุ่มสมาชิกพัฒนาสินค้าและแลกเปลี่ยนชี้นส่วนโรงงานประกอบ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค