
3แสนคนเสี่ยงตกงานบริษัทแม่ไม่ยันจ้างต่อ
โครงการป้องกันบรรเทาเลิกจ้างเฟส 2 สะดุด หลายโรงงานไม่คอนเฟิร์มจ้างคนงานต่อหรือไม่
โครงการป้องกันบรรเทาเลิกจ้างเฟส 2 สะดุด หลายโรงงานไม่คอนเฟิร์มจ้างคนงานต่อหรือไม่
นายอาทิตย์ อิสโม อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังมีสถานประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะใน จ.พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี ที่ยังไม่ยืนยันว่าจะร่วมโครงการป้องกันและบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างต่อหรือไม่ เนื่องจากยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าธุรกิจในอนาคตต่อไปอย่างไร
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาการเลิกจ้างในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมปลายปี 2554 โดยมีหลักการว่านายจ้างต้องไม่เลิกจ้างและจ่ายค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 75% ของค่าจ้างเดิม ขณะที่ภาครัฐจะช่วยจ่ายค่าจ้างให้ลูกจ้างรายละ 2,000 บาท/เดือน เป็นเวลา 3 เดือน ใช้งบประมาณ 1,800 ล้านบาท ปัจจุบันมีสถานประกอบการขอเข้าร่วมโครงการ 1,787 แห่ง ครอบคลุมลูกจ้าง 3.2 แสนคน
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้สิ้นสุดลงวันที่ 31 ม.ค.ที่ผ่านมา และเหลืองบที่ใช้ไม่หมดอีก 158 ล้านบาท กสร.จึงมีแนวคิดนำเงินดังกล่าวมาช่วยเหลือสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการแล้วแต่ยังฟื้นฟูโรงงานไม่เสร็จ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสรุปหลักเกณฑ์ว่าสถานประกอบการประเภทใดที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือและจะช่วยเหลือต่ออีกกี่เดือนภายในวันที่ 15 ก.พ. แต่เนื่องจากสถานประกอบการหลายแห่งที่มีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ ตลอดจนบริษัทญี่ปุ่นซึ่งจะปิดปีงบประมาณในเดือน มี.ค.จึงยังไม่สามารถยืนยันการเข้าร่วมโครงการได้จนกว่าผู้บริหารในต่างประเทศจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับโรงงานที่อยู่ในเมืองไทย
“ผมสั่งให้สวัสดิการจังหวัดเร่งติดตามสถานประกอบการเพื่อยืนยันว่าจะเลิกจ้างคนงานหรือเข้าโครงการต่อ ซึ่งหลายแห่งยังไม่คอนเฟิร์มเพราะรอตัดสินใจอนาคตทางธุรกิจเสียก่อน อย่างไรก็ตามคาดว่าตัวเลขต่างๆจะมีความชัดเจนภายในเดือน มี.ค.นี้ ”นายอาทิตย์ กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2554 โดยระบุว่า ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2555 มีแรงงาน 1.64 แสนคน ที่ทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่ยังไม่สามารถเปิดกิจการได้ เนื่องจากผลกระทบน้ำท่วมมีความเสี่ยงถูกเลิกจ้างหรือตกงาน
ขณะที่การปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 300 บาทใน7 จังหวัด และจังหวัดอื่นๆ70 จังหวัด ที่มีการเพิ่มค่าจ่างขั้นต่ำ ในอัตรา 39.5% ในเดือน เม.ย.ที่จะถึงนี้ เป็นปัจจัยที่ทำให้สถานประกอบการบางส่วนทบทวนนโยบายจ้างงานและอาจอาศัยเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นสาเหตุในการปิดบริษัท เลิกจ้าง หรือไม่จ่ายค่าจ้างอุตสาหกรรมที่เสี่ยง\ต่อการเลิกจ้างประกอบด้วย การผลิตยานยนต์ เครื่องจักรสำนักงานอิเล็ก ทรอนิกส์ สิ่งทอ เครื่องแต่งกายเครื่องจักรใช้งานทั่วไปโทรทัศน์และวิทยุ เครื่องใช้ไฟฟ้ายาง เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เครื่องใช้ในบ้านเรือนและผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม
ขณะเดียวกัน สำนักเศรษฐกิจการแรงงาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยรายงานการเตือนภัยด้านแรงงานฉบับล่าสุด ระบุว่าการวิเคราะห์โอกาสของการเกิดวิกฤตการจ้างงานด้วยแบบจำลองโพรบิต (Probit Model) พบว่า โอกาสที่จะเกิดวิกฤตในตลาดแรงงาน ในไตรมาส 2 สิ้นเดือน มิ.ย.สูงถึง 86.94% ซึ่งอยู่ในระดับอันตราย







