posttoday
ยูโรป่วนสินทรัพย์เสี่ยง

ยูโรป่วนสินทรัพย์เสี่ยง

28 กุมภาพันธ์ 2555

จี20เลื่อนเพิ่มทุน‘ไอเอ็มเอฟ’ ทรีนีตี้ให้จับตายุโรปอัดฉีดเงิน

จี20เลื่อนเพิ่มทุน‘ไอเอ็มเอฟ’ ทรีนีตี้ให้จับตายุโรปอัดฉีดเงิน

นักลงทุนแห่ขายสินทรัพย์เสี่ยง ตื่นเยอรมนีตั้งแง่ช่วยกรีซ จี20 ยังไม่เพิ่มทุนไอเอ็มเอฟห่วงสร้างปัญหายุโรป

วันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงลงแรง ราคาทองคำน้ำมันลดลง และค่าเงินบาทอ่อนค่าลงตามเงินเอเชีย ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไม่ผ่านจุดสำคัญ 1,148 จุด มาปิดที่ระดับ 1,135 บาท ร่วงลง 11.10 จุด หรือ 0.97% หลังจากที่ประชุมจี20 เลื่อนการตัดสินใจเพิ่มทุนให้กับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)

นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้ดัชนีหุ้นปรับตัวลดลงเป็นเพราะรับข่าวผลการประชุม G20 เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีประเทศเยอรมนีแสดงท่าทีไม่ให้การสนับสนุนการเพิ่มเงินช่วยเหลือประเทศกรีซ ก่อให้เกิดความกังวลถึงการแก้ปัญหาวิกฤตหนี้ยุโรป

นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังแสดงความกังวลถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจะกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปด้วย ผลพวงของปัจจัยเหล่านี้ทำให้ดัชนีหุ้นยุโรปเปิดตลาดปรับตัวลดลง ซึ่งตรงกับการซื้อขายภาคบ่ายของไทยในวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดภาคบ่ายปรับตัวลดลงแรง

“เป็นการขายทำกำไรระยะสั้น แต่ก็ให้ติดตามแนวรับที่ระดับ 1,129 จุด หากหลุดมีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีก แต่กรณีไม่หลุดแนวรับระดับนี้มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นมองแนวต้านที่ 1,170 จุด” นายกวี กล่าว

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ความเสี่ยงของตลาดหุ้นได้สูงขึ้น กรณีดัชนีหุ้นลดลงนี้ ถือเป็นโอกาสเข้าไปเก็งกำไรระยะสั้นในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี แต่ไม่แนะนำสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการถือระยะกลาง

น.ส.ธริศา ชัยสุนทรโยธิน ผู้อำนวยการอาวุโส บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า เป็นการปรับฐานระยะสั้นของตลาดตามความผันผวนของปัจจัยในต่างประเทศกรณีผลการประชุม G20 นอกจากนี้ เชื่อว่าในระยะสั้นดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสแกว่งตัวลดลงได้อีกในแนวรับระดับ 1,120 จุด

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมยังมีโอกาสปรับตัวบวกแตะระดับ 1,150 จุด แต่ขึ้นอยู่กับว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันจะต้องมากกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อวัน ส่วนหนึ่งเป็นการยืนยันถึงการเข้าลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และบริษัทยังคงเป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ระดับ 1,264 จุด

สำหรับระยะนี้มองว่ายังเข้าลงทุนได้แนะนำให้เลือกกลุ่มที่เป็นเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก ในกลุ่มบลูชิพ เช่น ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท ปตท. (PTT) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP)

ด้านนายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ กล่าวถึงประเด็นมาตรการปล่อยเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ระยะเวลา 3 ปี แบบไม่จำกัดจำนวนรอบที่ 2 (LTRO II) ของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 29 ก.พ. ที่ต้องตามอย่างใกล้ชิดเพราะจะกระทบต่อค่าเงินยูโร ตลาดหุ้นทั่วโลก ตราสารหนี้ประเทศยุโรป และทองคำ

ทั้งนี้ นายวิศิษฐ์ได้แบ่งระยะเวลาของผลกระทบเป็นระยะสั้น (1 เดือน) และผลกระทบในช่วงถัดไป (2-3 เดือน) ซึ่ง ณ ขณะนี้ตลาดคาดปริมาณขอรับเงินกู้ที่ระดับ 5 แสนล้านยูโร ซึ่งใกล้เคียงกับมูลค่า LTRO รอบแรกในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา

ทางฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบล.ทรีนีตี้ ได้คาดการณ์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น 3 กรณีหลัก คือ กรณีที่ 1 มูลค่าการขอรับเงินกู้อยู่ในระดับสูงกว่า 5 แสนล้านยูโรอย่างมีนัยสำคัญ (6 แสนล้านยูโรขึ้นไป) คาดว่าผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจะคล้ายกับช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา คือในระยะสั้นจะเป็นผลดีต่อทั้งค่าเงินยูโร สินทรัพย์เสี่ยงเช่นหุ้น ตราสารหนี้ประเทศยุโรปโดยเฉพาะกลุ่ม PIIGS และราคาทองคำเนื่องจากปริมาณเงินกู้ที่สูงมากจะทำให้มีเม็ดเงินบางส่วนไหลเข้าหาทางเลือกการลงทุนต่างๆ ส่วนในระยะกลางคาดว่าค่าเงินยูโรจะกลับมาอ่อนค่าอีกครั้งหนึ่ง

กรณีที่ 2 มูลค่าการขอรับเงินกู้อยู่ในระดับ 5 แสนล้านยูโรหรือใกล้เคียง (4-6 แสนล้าน) คาดว่าจะไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อระดับราคาสินทรัพย์ต่างๆ ในระยะสั้น เนื่องจากเป็นระดับที่ตลาดได้คาดการณ์ล่วงหน้าไว้

สุดท้ายมูลค่าการขอรับเงินกู้อยู่ใน ต่ำกว่า 5 แสนล้านยูโรอย่างมีนัยสำคัญเช่น 4 แสนล้านยูโรในช่วงแรกมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงรวมไปถึงค่าเงินยูโรและตราสารหนี้ยุโรป

 

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?