posttoday
การเมืองเริ่มรุกมอบนริศเขย่าเอสเอ็มอีแบงก์

การเมืองเริ่มรุกมอบนริศเขย่าเอสเอ็มอีแบงก์

24 กุมภาพันธ์ 2555

อลหม่านวิรุฬมอบนริศไล่บี้โสฬส สั่งติวเข้มมาตรฐานบัญชี ปรับปรุงความเสี่ยงปล่อยกู้ เร่งลดหนี้เน่า

อลหม่านวิรุฬมอบนริศไล่บี้โสฬส สั่งติวเข้มมาตรฐานบัญชี ปรับปรุงความเสี่ยงปล่อยกู้ เร่งลดหนี้เน่า

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ในฐานะกำกับดูแลธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ นายนริศ ชัยสูตร ประธานกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ ลงไปกำกับนายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ ให้ดำเนินการตามคำสั่งการของกระทรวงการคลัง และรายงานการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างเคร่งครัด โดยให้เอสเอ็มอีแบงก์ปรับปรุงประสิทธิภาพในเรื่องการจัดทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี และให้มีผู้สอบบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นผู้สอบบัญชีเพิ่มเติม นอกเหนือจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

นอกจากนี้ ยังให้เร่งดำเนินการแก้ไขปรับปรุงความเสี่ยงในด้านต่างๆ จากการที่กระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ ธปท.ช่วยตรวจสอบ ซึ่ง ธปท.ได้ตรวจสอบและจัดทำรายงานการตรวจสอบประจำปี โดยได้รายงานและระบุความเสี่ยงด้านเครดิตและสั่งการให้ปรับปรุงแนวนโยบายสินเชื่อ โดยกำหนดวงเงินและนิยามขนาดรายย่อยแต่ละรายที่กู้ยืมให้เหมาะสม ดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ รวมทั้งเร่งรัดจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันและลดปัญหาหนี้เสียของธนาคาร

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้มีการปรับปรุงระบบการบริหารสภาพคล่อง โดยให้ครอบคลุมการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่อง การชำระหนี้เมื่อถึงกำหนด การบริหารเงินฝากและเงินกู้ยืม และปรับปรุงการคุ้มครองความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

นายวิรุฬ กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้เอสเอ็มอีแบงก์มีประสิทธิภาพและสามารถเติมเต็มช่องว่างของธนาคารเอสเอ็มอีตามเจตนารมณ์ของการจัดตั้ง โดยจะให้ นริศ นำเรื่องนี้เข้าไปสั่งการในการประชุมคณะกรรมการวันที่ 29 ก.พ. 2555

นายโสฬส เปิดเผยผลดำเนินงาน ณ สิ้นปี 2554 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการได้ 1.78 หมื่นราย วงเงินสินเชื่อกว่า 2.68 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 65.40% ของเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดหนี้เสียอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 15% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลงจากปีก่อน 1,000 ล้านบาท โดยแผนบริหารหนี้เสียในปี 2555 จะเร่งเรื่องการฟ้องร้องเพื่อยึดทรัพย์และขายทอดตลาด ส่วนเรื่องการบริหารความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อนั้น ได้ปฏิบัติตามเกณฑ์ของ ธปท.อย่างเคร่งครัด ส่วนเรื่องการหาผู้สอบบัญชีที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต.นั้นได้ติดต่อไปแล้ว แต่ได้รับการปฏิเสธ เพราะผู้สอบบัญชีกลัวเรื่องความขัดแย้งกับทาง สตง. ขณะนี้อยู่ระหว่างสรรหาบริษัทใหม่

 

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI