
สเต็ดเล่อร์ ดันไทยขึ้น‘ฮับ’ผลิตเครื่องเขียน
สเต็ดเล่อร์ ดันไทยขึ้น‘ฮับ’ผลิตเครื่องเขียนราคาระดับกลาง-ล่างรับเปิดเออีซีในปี’58 พร้อมลุ้นไทย-อียูเจรจาเอฟทีเอสำเร็จ เปิดทางนำเข้า-ส่งออกสินค้าเหลือ0%
สเต็ดเล่อร์ ดันไทยขึ้น‘ฮับ’ผลิตเครื่องเขียนราคาระดับกลาง-ล่างรับเปิดเออีซีในปี’58 พร้อมลุ้นไทย-อียูเจรจาเอฟทีเอสำเร็จ เปิดทางนำเข้า-ส่งออกสินค้าเหลือ0%
นายร๊อลฟ ดีเตอร์ ดาเนียล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเสต็ดเล่อร์(ประเทศไทย) ผู้รับสิทธิ์ในการผลิตและทำตลาดสินค้าอุปกรณ์เครื่องเขียนแบรนด์สเต็ดเล่อร์ จากประเทศเยอรมัน และอดีตประธานหอการค้าไทย-เยอรมัน เปิดเผยว่าบริษัทเตรียมขยายกำลังการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์สเต็ดเล่อร์เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีโรงงาน2แห่งตั้งอยู่ในลาดกระบัง เพื่อผลักดันให้โรงงานสเต็ดเล่อร์ในไทยเป็นศูนย์กลางการผลิต(ฮับ)กลุ่มสินค้าราคาระดับกลางและระดับล่าง ส่วนโรงงานในเยอรมันจะเป็นฮับการผลิตสินค้าระดับบน(พรีเมียม)ที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูง
แนวทางดังกล่าว เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเตรียมความพร้อมของกลุ่มสินค้าเครื่องเขียนแบรนด์สเต็ดเล่อร์ ที่เตรียมขยายตลาดในประเทศสมาชิกอาเซียนที่กำลังเข้าสู่การเปิดเสรีการค้าอาเซียน(เออีซี) ในปี2558นี้ล่าสุดบริษัทได้เข้าไปทำตลาดในสหภาพพม่าโดยผ่านตัวแทนจำหน่าย(ดิสตริบิวเตอร์) เพื่อศึกษาตลาดในช่วงแรกคาดใช้เวลา4-5ปีก่อนพิจารณาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนสร้างโรงงานในอนาคต จากความพร้อมด้านสาธารณูปโภคในประเทศดังกล่าว จากปัจจุบันสเต็ดเล่อร์ทำตลาดใน 26 ประเทศทั่วโลก
สำหรับการดำเนินธุรกิจสเต็ดเล่อร์ในไทย แบ่งสัดส่วน 40% นำเข้าสินค้าจากประเทศเยอรมัน และอีก 60% ผลิตในประเทศ โดยแบ่งสัดส่วน80% เพื่อการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบยุโรป โดยแผนการทำตลาดในปีนี้บริษัท เตรียมเปิดตัวสินค้ากลุ่มเครื่องเขียนนวัตกรรมและแบรนด์ใหม่ในกลุ่มสเต็ดเล่อร์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดินสออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายใต้ชื่อ สเต็ดเล่อร์ วูเปกซ์ ที่ใช้กระบวนการผลิตแบบอัดขึ้นรูปเป็นแท่งดินสอสำเร็จในครั้งเดียว โดยวางราคาจำหน่ายราคาแท่งละ 11 บาท ผ่านช่องทางเครื่องเขียนต่างๆทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ราวเดือนมี.ค.หรือเม.ย.ปีนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้าแบรนด์ใหม่ คือ ‘ฟีโม่’ กลุ่มสินค้าศิลปะประดิษฐ์เพื่องานอดิเรก โดยจับกลุ่มเป้าหมายหลักในวัยเด็ก และกลุ่มแม่บ้านคนรุ่นใหม่ ที่สนใจใช้เวลาว่างทำงานศิลปะตกแต่งของใช้ต่างๆ เป็นต้น เพื่อเป็นการขยายฐานลูกค้าใหม่ๆเพิ่มขึ้น จากกลุ่มเป้าหมายเดิมที่รู้จักแบรนด์เครื่องเขียนสเต็ดเล่อร์ หลังจากเข้ามาทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทยมากกว่า 20ปี และอยู่ในตลาดโลกมานานกว่า 175 ปี โดยในสิ้นปี55 บริษัทคาดมีอัตราการเติบโตยอดขายในประเทศ 15% และส่งออก10-15% จากปีก่อนมียอดขายในประเทศ 280 ล้านบาท และส่งออกกว่า 400 ล้านบาท
นายดาเนียล กล่าวเสริมในฐานะอดีตประธานหอการค้าไทย-เยอรมัน หลังครบวาระ1ปีในตำแหน่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ในช่วงที่ผ่านมาไทยและสหภาพยุโรป(อียู) อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดข้อตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)ร่วมกันระหว่างไทยเยอรมัน เพื่อประโยชน์สิทธิทางภาษีในการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศไทย โดยหวังว่าจะลดภาษีนำเข้าหรือส่งออกระหว่างกันได้ในอัตรา 0% จากปัจจุบันมีสินค้าบางรายการ อาทิ กลุ่มเครื่องเขียนต้องเสียภาษีนำเข้ามาทำตลาดในไทยอัตรา 20% ต่างจากประเทศจีนที่เจรจาเอฟทีเอกับไทยสำเร็จไปแล้ว โดยเหลือภาษีนำเข้าอัตรา0% บางรายการในปัจจุบัน
“หากประเทศไทยและอียู เจรจาเอฟทีเอได้สำเร็จ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ทั้ง2ฝ่าย ในการทำตลาดร่วมกันจากปัจจุบัน อียูเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่เป็นอันดับ2ของไทยรองลงมาจากอาเซียน” นายดาเนียล กล่าว







