
ยูดีทาวน์ปรับใหญ่รับเซ็นทรัล
ตัดใจชะลอแผนขยายธุรกิจเร่งสร้างความแกร่งรอบด้าน
ตัดใจชะลอแผนขยายธุรกิจเร่งสร้างความแกร่งรอบด้าน
ยูดี ทาวน์ปรับรับเซ็นทรัล อุดรธานี ชะลอแผนเปิดโครงการใหม่ โหมสร้างความแกร่งสาขาแรก มั่นใจแข่งขันได้
นายธนกร วีรชาติยานุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุดรพลาซ่า ผู้บริหารศูนย์การค้า ยูดี ทาวน์ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทจะไม่ขยายธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องการสร้างความแข็งแกร่งของศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ให้มากที่สุด เพื่อรองรับการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกของ จ.อุดรธานี ที่มีคู่แข่งรายใหญ่คือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลจะเข้ามาเปิดให้บริการในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้งบลงทุน 50 ล้านบาท ในการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบโครงการ หลังจากเปิดให้บริการมาครบ 3 ปีในปีนี้ รวมทั้งเพิ่มพื้นที่จอดรถและนำแบรนด์สินค้าและร้านอาหารใหม่ๆ เข้ามาเปิดให้บริการเพิ่มขึ้น เพื่อสร้างความแตกต่าง เช่น ร้านไอสตูดิโอ บาย คอปเปอร์ไวด์ และไอศกรีมเอเต้ ที่เลือกเปิดในโครงการเป็นแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มที่จอดรถจาก 9,000 คัน เป็นมากกว่า 1 หมื่นคัน เพื่อรองรับลูกค้าที่คาดว่าจะเพิ่มจาก 2 หมื่นคนต่อวัน เป็น 3 หมื่นคนในปีนี้ พร้อมทั้งตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 15-20% จากปีก่อนที่มีรายได้ 150 ล้านบาท ซึ่งเชื่อมั่นว่าโครงการจะถึงจุดคุ้มทุนภายใน 7 ปี ตามแผนเดิมที่วางไว้
ก่อนหน้าบริษัทมีแผนจะขยายธุรกิจใหม่ๆ ไปยังจังหวัดอื่นของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งแผนการสร้างโรงแรมในบริเวณใกล้เคียงกับยูดี ทาวน์ อีกทั้งมีผู้สนใจเจรจาเพื่อให้บริษัทเข้าไปร่วมทำธุรกิจค้าปลีกในประเทศลาวด้วย แต่บริษัทต้องการทำให้ยูดี ทาวน์ แข็งแกร่งให้มากที่สุดก่อน จึงชะลอแผนขยายธุรกิจใหม่ๆ ออกไป
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะชะลอแผนสร้างโรงแรมออกไป แต่ก็ถือว่ายังอยู่ในแผนระยะยาว 35 ปี ที่บริษัทต้องการขยายธุรกิจเข้าไปในส่วนของโรงแรม เนื่องจากปัจจุบัน จ.อุดรธานี เศรษฐกิจขยายตัวเร็วมาก จนเป็นจังหวัดที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากนครราชสีมา จากช่วง 3 ปีที่ผ่านมา อยู่อันดับ 3 รองจาก จ.ขอนแก่น
ด้านแผนการทำตลาดในปีนี้จะทำกิจกรรมทางการตลาดแบบครบวงจรผ่านสื่อต่างๆ ทั้งสื่อทีวี หนังสือพิมพ์ และสื่อนอกบ้าน รวมไปถึงการทำกิจกรรมตามเทศกาลสำคัญ และการทำนิตยสารแจกฟรีภายใต้ชื่อ B Right ซึ่งนอกจากจะแจกฟรีใน จ.อุดรธานี และจังหวัดใกล้เคียงแล้ว บริษัทยังได้จับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจใน สปป.ลาว เพื่อนำไปแจกให้กับกลุ่มลูกค้าในประเทศลาวอีกด้วย
“ลูกค้าส่วนหนึ่งของเรามาจากลาว โดยเข้ามาจับจ่ายแต่ละครั้งเฉลี่ย 1 แสนบาท” นายธนกร กล่าว







