
ถิรไทยไม่โตผวาเอกชนชะลอลงทุน
ห่วงยึดทรัพย์สร้างเรื่องยุ่งไม่จบ ไทคอนรับลูกค้าใหม่หนีไปแล้ว
โพสต์ทูเดย์
— หลังยึดทรัพย์ เอกชนมองสถานการณ์ไม่จบ ถิรไทยปรับเป้ารายได้ปีนี้ขอเท่าปี 2552 หวั่นเอกชนชะลอลงทุน ไทคอนรับลูกค้าใหม่หายวับนายสัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ถิรไทย (TRT) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทบทวนเป้าหมายผลดำเนินงานในปีนี้ใหม่ โดยคาดว่าจะมีรายได้ประมาณ 2,300 ล้านบาท หรือใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 2,200 ล้านบาท เพราะเกรงว่าภาคเอกชนอาจชะลอการลงทุนหลังศาลตัดสินยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาท
“
เราต้องตั้งเป้าหมายแบบอนุรักษนิยม แม้มีรายได้จากภาคเอกชนเพียง 1 ใน 3 ของรายได้รวมก็ตาม” นายสัมพันธ์ กล่าวปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ 900 ล้านบาท และเตรียมจะส่งมอบงานในครึ่งปีแรก พร้อมเข้าร่วมประมูลงานอีก 7,0008,000 ล้านบาท ซึ่งน่าจะได้รับงานประมาณ 2030%
“
ธุรกิจหม้อแปลงไฟฟ้าได้เดินมาจุดสุดทางที่บริษัทต้องการแล้ว จึงเริ่มมองหาธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรักษาการขยายตัวให้ต่อเนื่อง” นายสัมพันธ์ กล่าวนายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการ ผู้อำนวยการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) กล่าวว่า หลังได้พูดคุยกับลูกค้า พบว่าปัญหามาบตาพุดกับประเด็นการ เมืองไม่ได้ส่งผลกระทบกับบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากบริษัทมีสัญญาระยะยาวกับลูกค้าเก่า ซึ่งส่วนใหญ่ขยายพื้นที่โรงงานและคลังสินค้าตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ
สำหรับเรื่องลูกค้าใหม่นั้น ไม่ได้หวังมานานตั้งแต่เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเมื่อ 23 ปีที่ผ่านมา ลูกค้าใหม่ได้หายไปนานแล้ว
“
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาอัตราการเช่าโรงงานและคลังสินค้ารวมดีขึ้นเป็น 80% จากปีก่อนอยู่ที่ 70% โดยมีผู้เช่าพื้นที่กว่า 2 หมื่นตารางเมตร และคาดว่าสิ้นไตรมาสแรกจะมีผู้เช่าถึง 3.5 หมื่นตารางเมตรได้” นายวีรพันธ์ กล่าวทั้งนี้ เชื่อว่าปีนี้บริษัทจะมีรายได้ที่ระดับ 3,000 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่ 2,600 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิก็จะดีขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 653 ล้านบาท
นายพลศักดิ์ เลิศพุฒิภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT กล่าวว่า ไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าทั้งรายได้และกำไรสุทธิจะเติบโตดีอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาส 4 ปี 2552
“
ปีนี้จะเป็นปีขาขึ้นของอุตสาห กรรมและบริษัท โดยคาดว่ารายได้จะเติบโตกว่า 30% จากปี 2552 ที่มีรายได้ 1.1 หมื่นล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นจากกว่า 2% เป็นกว่า 3%” นายพลศักดิ์ กล่าวสำหรับปีนี้ SMT ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ให้อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนของโลก ด้วยการเซ็นสัญญามูลค่าสูงจากลูกค้าสองแบรนด์ยักษ์ใหญ่ คือ สมาร์ตโฟนของแคนาดา และยังได้ลูกค้ารายใหม่เป็นแบรนด์โทรศัพท์ระดับโลกของญี่ปุ่นและยุโรป ที่เซ็นสัญญาระยะยาวผลิตทัชโฟน







