posttoday
ยึดงานคน.สนองการเมือง ป่วนคุมราคาสินค้า

ยึดงานคน.สนองการเมือง ป่วนคุมราคาสินค้า

03 มีนาคม 2553

แม้ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา จะเริ่มขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง แต่ก็ไม่สามารถช่วยคลี่คลายบรรยากาศในการทำงานระหว่าง พรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กับ ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) ให้เย็นลงได้

เหตุก็เพราะ รมว.พาณิชย์ ไม่พอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอธิบดี เนื่องจากไม่สามารถควบคุมให้สินค้าทุกประเภทหยุดการปรับขึ้นราคาได้ จึงมีการโยกงานให้ ยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้าไปทำหน้าที่แทน

แม้จะมีการชี้แจงจากฝ่ายที่ถูกยึดงานอยู่หลายครั้งแล้วว่า การพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้าต้องคำนึงถึงต้นทุนและความอยู่รอดของผู้ประกอบการด้วย ซึ่งมีความจำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการที่มีภาระที่ว่าปรับขึ้นราคา

หากควบคุมจนกระดิกไม่ได้ กลไกตลาดก็เสียหาย สุดท้ายก็กระทบต่อระบบการค้าทั้งตลาด

กระนั้น เมื่อการเปลี่ยนแปลงคนคุมราคาสินค้าเกิดขึ้นแบบฉุกละหุก ก็เป็นธรรมดาที่จะเกิดข้อสงสัยตามมาถึงความโปร่งใสในการพิจารณาอนุมัติขึ้นราคาสินค้าหลังจากนี้

โดยเฉพาะข้อสงสัยที่ว่า ฝ่ายการเมืองหวังอะไรจากผู้ผลิตหรือไม่

นอกเหนือจากขอความร่วมมือสนองนโยบายตรึงราคาสินค้า 3 เดือน เนื่องจากดูแนวโน้มราคาสินค้าในปีนี้มีแววเด่นชัดมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วว่า สินค้าหลายรายการจ่อขยับขึ้นราคาแน่นอน หลังจากอัดอั้นกันมานานช่วงเศรษฐกิจซบ

ถ้าการเมืองฉวยโอกาสนี้เล่นตุกติก เรียกนั่นเรียกนี่กับผู้ผลิตเพื่อแลกผลประโยชน์บางประการ ก็มีโอกาสเป็นไปได้มาก เพราะกลไกจากระบบราชการยามนี้ถูกตัดทอนจนอ่อนแอ ขนาดอธิบดียังถูกยึดงาน

กลไกที่ว่า อธิบายพอคร่าวๆ แถมสั่งปลัดฯตรวจสอบสินค้าและบริการ 222 รายการ สินค้าและบริการควบคุมอีก 39 รายการ มีรายการไหนหาญกล้าปรับขึ้นราคาไปแล้วบ้าง

ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาปรับขึ้นราคาสินค้า อำนาจการตัดสินใจ กรมการค้าภายใน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะเป็นฝ่ายทำหน้าที่ดูว่าสินค้ารายการใดจำเป็นต้องขึ้นราคา ด้วยการวิเคราะห์ต้นทุนสินค้ารอบด้านแล้วรายงานให้รัฐมนตรีรับทราบ ก่อนอนุมัติให้สินค้าปรับขึ้นราคา

ขณะที่หน้าที่ของปลัดคือดูแลในภาพรวมทั้งกระทรวง เครื่องมือเฉพาะในการคำนวณต้นทุน หรือกระทั่งกำลังคน ผู้เชี่ยวชาญ ล้วนอยู่ที่กรมการค้าภายในทั้งสิ้น

งานนี้เห็นทีข้าราชการกรมการค้าภายในก็คงเสียขวัญไปตามๆ กัน

น่าคิดต่อเหมือนกันว่า ปัญหาการกำกับดูแลราคาสินค้าในเวลานี้ ต้นเหตุเกิดจากตัวบุคคล คือ อธิบดีทำงานไร้ประสิทธิภาพจริงอย่างที่ รมว.พาณิชย์ กล่าวหา

หรือปัญหาเกิดจากนโยบายของรัฐมนตรีเองที่ผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น เพราะห่วงแต่หาเสียงประชาชนโดยไม่คำนึงถึงสถานการณ์ที่แท้จริง

สังเกตดูได้จากการถูกคณะรัฐมนตรี (ครม.) สั่งหั่นงบโครงการธงฟ้าจนแทบเกลี้ยง ก็เพราะทุกคนเห็นตรงกันหมดว่ายามนี้เศรษฐกิจขาขึ้นแล้ว กำลังจ่ายของประชาชนฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งกำลังจ่ายเหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจประเทศเดินหน้าได้เร็ว จึงควรปล่อยไปตามกลไกตลาด ไม่จำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้าไปแทรกแซง

สรุปแล้วถ้าคำตอบที่ออกมายังได้ข้อยืนยันว่าปัญหาอยู่ที่ตัวบุคคล ในฐานะเจ้ากระทรวงก็น่าจะเด็ดขาด เปลี่ยนอธิบดีให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยเพื่อให้งานเดินหน้า ดีกว่าตามตอดเล็กตอดน้อยกันอยู่แบบนี้ให้ข้าราชการในสังกัดทำงานไม่เป็นสุข

แต่หากคำตอบที่ได้ ไม่ใช่ ก็ควรต้องทบทวนนโยบายการบริหารงานของเจ้ากระทรวงเสียใหม่ เพื่อเปิดทางให้กลไกของตลาดเคลื่อนที่ไปตามสถานการณ์ที่เป็นจริง เพราะยิ่งวุ่นวายมากระบบจะเสียหายหนัก สุดท้ายก็ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ กับทุกคนการยึดอำนาจดังกล่าว เป็นการผิดมารยาท ซึ่งถือว่าไม่เคยเกิดขึ้นภายในกระทรวงพาณิชย์ นอกจากจะส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของข้าราชการในกรมการค้าภายในแล้ว และอีกหลายกรมในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกดึงงานออกจากมือ หากไม่มีการสนองนโยบายในทางที่ถูกที่ควรแล้ว ยังส่งผลเสียต่องานดูแลราคาสินค้าในภาพรวมของกรมการค้าภายในตามไปด้วย

++สะท้อนได้ว่าทิศทางราคาสินค้าต่อจากนี้ มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น และที่ผ่านมาได้มีสินค้ายื่นเรื่องขอปรับราคาเข้ามายังกรมการค้าภายในหลายรายการ เช่น สายไฟฟ้า แบตเตอรี่ เหล็ก ผลิตภัณฑ์นม ฯลฯ

++การกำกับดูแลเรื่องราคาสินค้าจึงมีความสำคัญ และไม่ควรมีการเปลี่ยนแปลงกลางคันเช่นนี้ เพราะนอกจากจะทำให้การทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชนมีอุปสรรคเพิ่มขึ้น จากความสับสนในนโยบายดูแลราคาสินค้าของกระทรวงพาณิชย์แล้ว

 

 

++การปรับนโยบายของ รมว.พาณิชย์ ครั้งนี้ จึงไม่ต่างกับการล้วงลูกทางการเมืองเท่านั้น ที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในนโยบายการดูแลรราคาสินค้าของ รมว.พาณิชย์ เอง เพราะหากเห็นว่าอธิบดีกรมการค้าภายในทำงานไม่เข้าเป้า ก็ควรเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลไปเลย มากกว่าการเข้ามาทำลายระบบ แต่ไม่เกิดประโยชน์อะไร

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน