
สอท.เผยผลสำรวจค่าจ้าง
ส.อ.ท. เผยผลสำรวจนายจ้างจ่ายค่าจ้างเด็กปริญญาตรีจบใหม่กลุ่มแก้วกระจกสูงสุด แนะเด็กเรียนสาขายานยนต์-กฎหมาย มีแนวโน้มรุ่ง
ส.อ.ท. เผยผลสำรวจนายจ้างจ่ายค่าจ้างเด็กปริญญาตรีจบใหม่กลุ่มแก้วกระจกสูงสุด แนะเด็กเรียนสาขายานยนต์-กฎหมาย มีแนวโน้มรุ่ง
นางวีณา ตันตยานนท์กุล ที่ปรึกษาฝ่ายทรัพยากรบุคคล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลสำรวจค่าจ้างและสวัสดิการปี 2554/2555 ว่า ปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมไทยให้ค่าจ้างแก่ผู้จบการศึกษาใหม่ในระดับปริญญาตรีเฉลี่ยที่ 1.23 หมื่นบาทต่อเดือนเพิ่มจากปีก่อน 6.82% โดยกลุ่มที่ให้ค่าจ้างเด็กใหม่มากสุดเป็น อุตสาหกรรมแก้วและกระจก อยู่ที่ 1.62 หมื่นบาทต่อเดือน รองลงมา กลุ่มยานยนต์ 1.5 หมื่นบาท เหล็กและอลูมิเนียม 1.37 หมื่นบาท ส่วนกลุ่มอาหารให้ค่าจ้างน้อยสุดที่ 1.07 หมื่นบาท เนื่องจากผู้ประกอบการพิจารณาการทำอาหารที่อร่อยเป็นหลักโดยไม่คำนึงถือวุฒิการศึกษา
ขณะที่การให้ค่าจ้างผู้จบใหม่ในระดับ ปวช.เฉลี่ยที่ 6,953 บาทต่อเดือน เพิ่ม 5.5% โดยกิจการที่ให้ค่าจ้างสูงสุด คือ อุตสาหกรรมเซรามิก อยู่ที่ 7,990 บาทต่อเดือน รองลงมา เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น อยู่ที่ 7,540 บาท ส่วนกิจการที่ให้รายได้น้อยสุด คือ แก้วกระจก 6,175 บาทต่อเดือน รองลงมา เป็นการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ 6,647 บาท
“เด็กจบใหม่ในระดับปริญญาตรีพบว่านายจ้างจะให้ค่าจ้างผู้จบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์สูงสุดเฉลี่ย 1.51 หมื่นบาทต่อเดือน รองลงมา วิทยศาสตร์ อยู่ที่ 1.3 หมื่นบาทต่อเดือน พยาบาลศาสตร์ 1.29 หมื่นบาทต่อเดือน ออกแบบและสถาปัตยกรรม 1.27 หมื่นบาทต่อเดือน และ คอมพิวเตอร์ 1.24 หมื่นบาทต่อเดือน ส่วนสาขาการศึกษาที่นายจ้างให้ต่ำสุดคือ คหกรรมศาสตร์ อยู่ที่ 1.01 หมื่นบาทต่อเดือน เกษตรศาสตร์ 1.05 หมื่นบาทต่อเดือน และ บริหารธุรกิจ 1.07 หมื่นบาทต่อเดือน” นางวีณา กล่าว
สำหรับสาขาที่มีแนวโน้มความต้องการของตลาดแรงงานสูง เช่น การศึกษาเกี่ยวกับด้านยานยนต์ที่ค่ายรถยนต์มีความต้องการเพื่อรองรับการผลิตรถยนต์ รวมถึงสาขานิติศาสตร์ ที่ปัจจุบันบริษัทต่างๆ จำเป็นต้องมีนักกฎหมายเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับการสัญญาและการต่อสู้กับการฟ้องร้องในคดีต่างๆ จำนวนมาก
ขณะที่จ้างสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์ของภาคอุตสาหกรรมไทย พบว่า ระดับผู้บริหารระดับสูง เฉลี่ยที่ 1.05 แสนบาทต่อเดือน และ เจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติการอยู่ที่ 1.01 หมื่นบาทต่อเดือน แต่เป็นที่น่าสังเกตุว่ากิจการต่างชาติให้ค่าจ้างผู้บริหารระดับสูงเฉลี่ยที่ 1.37 แสนบาทต่อเดือน มากกว่ากิจการของคนไทยที่ให้เพียง 9.63 หมื่นบาท ถึง 4 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับปฎิบัติการนั้นกิจการชาวต่างชาติอยู่ที่ 1.14 หมื่นบาทต่อเดือน มากกว่ากิจการคนไทยที่จ้างอยู่ที่ 9,618 บาท ส่วนผู้ที่จบปริญญาตรีใหม่กิจการต่างชาติให้ค่าจ้าง 1.3 หมื่นบาทมากกว่านายจ้างคนไทยที่ให้ค่าจ้างเพียง 1.19 หมื่นบาท
อุตสาหกรรมที่ให้ค่าจ้างระดับผู้บริหารสูงสุด คือ คอมพิวเตอร์ซอฟแวร์ เทคโนโลยีโทรคมนาคม อยู่ที่ 1.63 แสนบาทต่อเดือน รองลงมา เหล็กอะลูมิเนียม อยู่ที่ 1.54 แสนบาทต่อเดือน ส่วนอุตสาหกรรมที่ให้ค่าจ้างผู้บริหารระดับสูงน้อยสุด คือ เฟอร์นิเจอร์ อยู่ที่ 4.3 หมื่นบาทต่อเดือน
สำหรับการปรับค่าเงินเดือนข้าราชการระดับปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท จะไม่มีผลต่อการปรับเงินเดือนของบริษัทเอกชนเพราะไม่ได้บังคับใช้กับเอกชน ส่วนการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท จะมีผลต่อการปรับค่าจ้างแรงงานรายวัน ซึ่งส่วนที่ยังไม่ถึงคงต้องปรับให้ถึง 300 บาทตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนที่เกิน 300 บาทแล้วอาจมีการปรับขึ้นในเป็นขั้นบันได เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านเงินเดือน และไม่ให้ผู้ประกอบการมีภาระมากเกินไป







