
วายแอลจีรุกค้าทองลาวปีนี้โต100%
“วายแอลจีฯ” บุกลาว ทำธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งโกลด์ฟิวเจอร์ส ตั้งเป้าปีนี้โตเท่าตัว
“วายแอลจีฯ” บุกลาว ทำธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งโกลด์ฟิวเจอร์ส ตั้งเป้าปีนี้โตเท่าตัว
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมขยายธุรกิจซื้อขายทองคำแท่งและซื้อขายสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ไปยังประเทศลาวภายใต้ชื่อ “วายแอลจี บูลเลี่ยน ลาว” ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขออนุญาตดำเนินธุรกิจและจัดตั้งสาขา โดยคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 2 ปีนี้ ในเบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าขายทองคำแท่งวันละ 500 กิโลกรัม หากประสบความสำเร็จจะขยายธุรกิจไปประเทศเวียดนาม กัมพูชา พม่า และจีน ต่อไป
ในปี 2555 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าซื้อขายทองคำแท่งเป็น 8 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 74% เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีมูลค่าซื้อขายทั้งสิ้น 4.6 แสนล้านบาท ซึ่งการเติบโตของยอดขายจะมาจากการขยายตลาดไปยังแหล่งธุรกิจตามจังหวัดใหญ่ๆ เช่น หาดใหญ่ นครราชสีมา ชลบุรี นครสวรรค์ และเชียงใหม่ ขณะที่ยอดขายบางส่วนจะมาจากประเทศลาว
น.ส.ฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเพิ่มปริมาณการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส 100% จากปี 2554 ที่มีปริมาณการซื้อขายรวม 559,091 สัญญา โดยจะเพิ่มทีมเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) เป็น 100 คน จากปัจจุบันที่มีอยู่ 40 คน
นอกจากนี้ ยังมีกลยุทธ์การซื้อขายระยะสั้นรูปแบบใหม่ให้กับลูกค้า ซึ่งจากการเก็บข้อมูลภายในระยะเวลา 1 เดือน พบว่าการใช้กลยุทธ์ดังกล่าวมีลูกค้า 75% สามารถสร้างกำไรได้ถึง 10%
นางพวรรณ์ กล่าวว่า ทิศทางราคาทองคำในปีนี้ยังมีแนวโน้มขาขึ้น เพราะเศรษฐกิจโลกยังน่ากังวล ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐที่เชื่องช้า และวิกฤตหนี้สาธารณะยุโรปที่ยังไม่มีความชัดเจนจนทำให้หลายประเทศถูกลดอันดับเครดิต ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวผันผวนรอบละ 100-200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นอกจากนี้ ให้จับตาความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับชาติตะวันตก หากความตึงเครียดก่อให้เกิดสงครามจะทำให้ราคาทองคำขึ้นถึงระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือ 3 หมื่นบาทต่อบาททองคำ ส่วนกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,580 ดอลลาร์ต่อออนซ์







