
ยอดผลิตรถยนต์ฟื้นต่อเนื่อง
เดือนม.ค.ผลิตแล้ว1.4แสนคันค่ายรถนำเข้าชิ้นส่วนนอกแทน
เดือนม.ค.ผลิตแล้ว1.4แสนคันค่ายรถนำเข้าชิ้นส่วนนอกแทน
ยอดผลิตรถยนต์เดือน ม.ค.แตะ 1.4 แสนคัน สูงสุดในรอบ 4 เดือน คาดทั้งปีผลิตได้เกิน 2.1 ล้านคัน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในเดือน ม.ค. 2555 อยู่ที่ระดับ 1.4 แสนคัน ซึ่งสูงสุดในรอบ 4 เดือน หลังจากที่ภาคอุตสาหกรรมประสบปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากค่ายรถยนต์ได้นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์จากต่างประเทศมากขึ้น เพื่อทดแทนกรณีที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์หลายแห่งยังไม่ฟื้นตัวจากน้ำท่วม
ดังนั้น ในปี 2555 ค่ายรถยนต์มั่นใจว่าจะสามารถผลิตรถยนต์ได้ในระดับ 2.1 ล้านคัน เพราะความต้องการรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศยังขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับยอดผลิตในเดือน ม.ค. ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3.98% แต่เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค. 2554 ประมาณ 41.2% แบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 7.63 หมื่นคัน สัดส่วน 54.4% ของยอดผลิตทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 13.6% ที่เหลือ 45.6% เป็นการผลิตเพื่อส่งออก 6.4 หมื่นคัน ลดลงจากปีก่อน 18.98%
“เดิมประเมินยอดผลิตไว้ที่ 2 ล้านคัน แต่หลังจากเห็นการฟื้นตัวของโรงงานประกอบรถยนต์แล้ว รวมถึงความต้องการรถยนต์ของผู้บริโภคจึงมั่นใจว่าจะสามารถผลิตได้ 2.1 ล้านคัน” นายสุรพงษ์ กล่าว
ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศเดือน ม.ค. อยู่ที่ระดับ 7.62 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 11.47% โดยรถยนต์ที่ผลิตออกมาสามารถส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันที เนื่องจากมีคำสั่งซื้อรออยู่จำนวนมาก ขณะที่รถจักรยานยนต์มียอดขาย 1.5 แสนคัน ลดลงจากปีก่อน 7.17%
การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน ม.ค. อยู่ที่ 5.41 หมื่นคัน ลดลง 20.4% มีมูลค่าส่งออก 2.54 หมื่นล้านบาท ลดลง 12.79% นอกจากนี้ยังมีการส่งออกเครื่องยนต์ มูลค่า 2,133 ล้านบาท ส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ 1.03 หมื่นล้านบาท และส่งออกอะไหล่รถยนต์ 1,286 ล้านบาท
ทั้งนี้ ส.อ.ท.ได้ประมาณการผลิตรถยนต์ 3 เดือนล่วงหน้าในเดือน ก.พ.เม.ย. 2555 คาดว่าจะอยู่ที่ 4.65 แสนคัน เพิ่มขึ้น 12.95% และสูงกว่าช่วง 3 เดือนก่อนหน้านี้ 76.55% เนื่องจากค่ายรถยนต์เริ่มเดินเครื่องผลิตได้มากขึ้น ซึ่งถือว่าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว ยกเว้นกรณีของผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ยังฟื้นฟูได้ไม่มากนัก เพราะโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนอยู่ใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ปทุมธานี จำนวนมาก
สำหรับการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำในส่วนของกลุ่มยานยนต์คงไม่ส่งผลกระทบต่อค่ายรถยนต์มากนัก เพราะส่วนใหญ่ให้ค่าจ้างเกิน 300 บาทต่อวันอยู่แล้ว ยกเว้นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์อาจกระทบบ้าง







