posttoday
มึนกองทุนค่าต๋ง

มึนกองทุนค่าต๋ง

15 กุมภาพันธ์ 2555

‘วิรุฬ’งงยังไม่รู้ใช้อะไรได้บ้างคาดต้องเสนอให้แก้กฎหมาย

‘วิรุฬ’งงยังไม่รู้ใช้อะไรได้บ้างคาดต้องเสนอให้แก้กฎหมาย

คลังยังไม่รู้เก็บเงินค่าต๋ง 1.5 หมื่นล้าน เข้ากองทุนพัฒนาประเทศไปใช้อะไรได้บ้าง ธปท.พร้อมทยอยลดการเก็บลงใน 3 ปี

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ว่า สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐต้องนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาประเทศ 0.47% ของฐานเงินฝาก 3 ล้านล้านบาท คิดเป็นเงินนำส่งรวม 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเงินดังกล่าวจะนำมาใช้ในการพัฒนาประเทศในรูปแบบใด หรือจะนำไปใช้ชำระหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) หรือไม่

นายวิรุฬ ยอมรับว่า การนำเงินส่งกองทุนพัฒนาประเทศจะเป็นภาระต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอยู่บ้าง และอาจทำให้กำไรของแต่ละธนาคารลดลง ซึ่งจะมีผลต่อเงินนำส่งเป็นรายได้เข้ารัฐ

สำหรับแนวทางการนำส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาประเทศ จะต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ.ของธนาคารรัฐแต่ละแห่ง โดยจะต้องนำเรื่องเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา เพื่อนำเสนอสู่สภาผู้แทนราษฎรต่อไป

นายวิรุฬได้มอบนโยบายให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐช่วยเหลือสังคมตามนโยบายของรัฐบาลกับการดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์ทั่วไป และมุ่งเน้นในการสนับสนุนรากหญ้าให้เข้าสู่บริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง

นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า การนำส่งค่าธรรมเนียม 0.47% อาจทำให้ความได้เปรียบของธนาคารรัฐที่เคยมีในการระดมเงินฝากลดลงบ้าง แต่ธนาคารจะไม่ผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปให้ลูกค้า แม้ว่าส่วนต่างดอกเบี้ยรับสุทธิลดลงและส่งผลต่อกำไรของธนาคารจะลดลงด้วย เพราะหากต้องนำส่งเงิน 0.47% จะกระทบต่อกำไรกว่า 3,000 ล้านบาท จึงอาจต้องทบทวนเป้าหมายกำไรปีนี้ที่ตั้งไว้ 7,000 ล้านบาท

นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า หากนำส่ง 0.47% จะทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น 8,400 ล้านบาท และกระทบกำไรสุทธิในปีนี้ ทำให้การนำส่งรายได้ให้กับภาครัฐลดลง แต่ยืนยันว่าจะไม่ผลักภาระไปยังลูกค้า ทั้งในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก

นายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการ ไอแบงก์ กล่าวว่า ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวทำให้ธนาคารต้องทบทวนแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับเพิ่มการหารายได้ค่าธรรมเนียมมากขึ้นเพื่อมาชดเชยต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และทำให้ธนาคารต้องชะลอแผนการลดดอกเบี้ยตามดอกเบี้ยนโยบาย

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ตามประมาณการจะใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ น่าจะจบภายใน 24 ปี ถ้าเงินฝากเพิ่มก็จะเก็บเงินได้มากขึ้น หรือถ้าดอกเบี้ยในตลาดลดลง ภาระดอกเบี้ยที่จะจ่ายก็น้อยลง ทำให้อาจจะพิจารณาเก็บเงินในอัตรา 0.47% ใหม่ได้ ซึ่งทุก 3 ปี จะมาทบทวนกันใหม่

ทั้งนี้ ฐานเงินฝากตามนิยามที่ต้องเก็บ 0.47% คือ เงินฝาก ตั๋วแลกเงิน (ตั๋วบี/อี) และหุ้นกู้ระยะสั้นของระบบธนาคารพาณิชย์ ยกเว้นหุ้นกู้ด้อยสิทธิระยะยาวที่ธนาคารพาณิชย์ตั้งใจจะออกมาเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 จะไม่เข้าข่าย

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน