
หัวเว่ยอ้อนแท็บเล็ต2พันถูกไป
หัวเว่ยลุยแท็บเล็ตการศึกษา ชูเน็ตเวิร์กอุปกรณ์ครบ ติงรัฐราคาต่ำไป ชงขั้นต่ำ 4,000 บาท
หัวเว่ยลุยแท็บเล็ตการศึกษา ชูเน็ตเวิร์กอุปกรณ์ครบ ติงรัฐราคาต่ำไป ชงขั้นต่ำ 4,000 บาท
นายไมเคิล แมคโดนัลด์ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท หัวเว่ย ผู้ผลิตโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า หัวเว่ยพร้อมเข้าร่วมโครงการแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาของรัฐบาล ซึ่งหัวเว่ยมีศักยภาพที่จะรองรับความต้องการและสามารถผลิตส่งมอบได้ โดยทุกอย่างในขั้นตอนการหารือและรอนโยบายที่เป็นข้อสรุปจากรัฐบาล
ทั้งนี้ จากคุณลักษณะหรือสเปกเบื้องต้นที่มีการกำหนดออกมา เช่น หน้าจอ 7 นิ้ว ความจุ 16 กิกะไบต์ ชิปประมวลผลดูอัลคอร์ ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 3.2 รองรับเพิ่มเป็น 4.0 และกำหนดราคาเครื่องไว้ประมาณ 2,000 บาท ถือว่าต่ำเกินไป ผลิตได้ยาก โดยราคาที่เหมาะสมเบื้องต้นจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป แต่โดยรวมถือว่าเหมาะกับการใช้งานของเด็กนักเรียน และน่าจะใช้งานได้ 12 ปี
สำหรับจุดเด่นของหัวเว่ย คือ การเป็นเจ้าของเทคโนโลยีโครงข่ายและการมีอุปกรณ์ครบ ทำให้การทำงานร่วมกันสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังควบคุมการใช้งานที่ไม่เหมาะสมได้ และจากกำลังการผลิตตามปกติ หัวเว่ยสามารถผลิตได้ 5,000-1 หมื่นเครื่อง ในเวลา 50 วัน แต่อาจเพิ่มขึ้นอีกได้ หากรัฐบาลต้องการ 9 แสนเครื่อง ในเดือน พ.ค. หัวเว่ยทำให้ไม่ทันแน่นอน อาจต้องส่งเป็นงวดๆ
“หัวเว่ยจะเน้นที่ฮาร์ดแวร์เป็นหลัก ส่วนแอพพลิเคชันในการทำงานจะมาจากพันธมิตรที่ต้องหารืออีกครั้ง กรณีที่บอกว่ามีการแลกเปลี่ยนระหว่างแท็บเล็ตกับข้าว ถือเป็นเรื่องการเจรจาระหว่างรัฐบาลต่อรัฐบาล หัวเว่ยไม่ได้มีส่วนด้วย” นายแมคโดนัลด์ กล่าว
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวภายหลังการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารนโยบาย 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ว่าที่ประชุมมีมติให้การดำเนินการในลักษณะใช้วิธีทำข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน (Government to Government) หรือจีทูจี โดยมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้เจรจากับประเทศจีน และให้กระทรวงไอซีทีเป็นผู้ลงนามในสัญญา โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถลงนามกับรัฐบาลจีนได้ช่วงสิ้นเดือน ก.พ.นี้
ด้านสเปกแท็บเล็ตนั้น เป็นไปตามกรอบที่นายโอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ โดยเบื้องต้นงบประมาณ 1,900 ล้านบาท จำนวนนักเรียนประมาณ 5.6 แสนคน ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ทั้งนี้จะประชุมคณะกรรมการอีกครั้งในวันที่ 16 หรือ 17 ก.พ. และอาจจะเสนอของบประมาณเพิ่มอีกครั้งในการประชุม ครม.สัปดาห์หน้า เพื่อให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียนที่แจก







