posttoday
กรณ์ซัดโต้งรีดเงินแบงก์รัฐปล้นเงินคลัง

กรณ์ซัดโต้งรีดเงินแบงก์รัฐปล้นเงินคลัง

14 กุมภาพันธ์ 2555

"กรณ์" ออกโรงซัดโต้งเก็บค่าต๋งแบงก์รัฐตั้งกองทุน เป็นการปล้นเงินคลัง หลักการตรวจสอบหาช่องตั้งคนตัวเองกินเงินเดือนแสน

"กรณ์" ออกโรงซัดโต้งเก็บค่าต๋งแบงก์รัฐตั้งกองทุน เป็นการปล้นเงินคลัง หลักการตรวจสอบหาช่องตั้งคนตัวเองกินเงินเดือนแสน

นายกรณ์ จาติกวณิช สส.พรรคประชาธิปัตย์ อดีตรมว.คลัง กล่าวว่า การดำเนินการตาม พ.ร.ก. โอนหนี้กองทุนฟื้นฟู 1.14 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลที่ออกมาเป็นการแสดงให้เห็นว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่มีหลักการตั่งแต่ที่เริ่มออกกฎหมาย

เริ่มตั้งแต่ที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ออกมาสรุปเก็บเงินค่าธรรมเนียมจากธนาคารพาณิชย์ 0.47% เพื่อชำระหนี้กองทุนฟื้นฟู ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่สถาบันคุ้มครองเงินฝากเรียกเก็บจากธนาคารพาณิชย์เพียง 0.07% ซึ่งเป็นเงินที่เพิ่มจำนวนที่น้อยมาก

กรณ์ซัดโต้งรีดเงินแบงก์รัฐปล้นเงินคลัง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะเก็บเงินจากธนาคารของรัฐในอัตรา 0.47% เพื่อมาตั้งเป็นกองทุนพัฒนาประเทศ โดยอ้างเพื่อแก้ความเลื่อมล้่้ำการทำธุรกิจของธนาคารพาณิชย์กับธนาคารของรัฐ ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดหลักวินัยการเงินการคลัง ที่ล้วงเงินสถาบันการเงินของรัฐที่ต้องส่งคลังออกมาใช้ โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบโดยวิธีการงบประมาณ ถือเป็นการปล้นเงินคงคลังออกมาใช้

นายกรณ์ กล่าวว่า เงินฝากของแบงก์รัฐมีสัดส่วนสูงถึง 3 ล้านล้านบาท คิดเป็น 28% ของเงินฝากทั้งระบบ เป็นเงินปีละกว่าหมื่นล้านบาท ที่รัฐบาลนำออกมาใช้โดยไม่ระบบตรวจสอบ นอกจากนี้ การตั้งกองทุนยังเปิดช่องให้รัฐบาลตั้งคนใกล้ชิดของตัวเองเขามาเป็นกรรมการ  กินเงินเดือนหลายแสนล้านบาท

อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า หากการแก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูไม่มีความเร่งด่วนจริง รัฐบาลก็ควรนำเงินที่เก็บจากธนาคารของรัฐไปไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟู จะทำให้การชำระหนี้หมดได้เร็วขึ้นภายใน 10 ปี แต่รัฐบาลกลับนำเงินมาตั้งกองทุน โดยไม่ได้สนว่าต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะหนี้กองทุนฟื้นฟูหมด

สำหรับแนวคิดของนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี ลดการเก็บเงินนำส่งของธนาคารพาณิชย์ให้กับสถาบันคุ้มครองเงินฝากลงเหลือ 0.01% จากเดิมเก็บ 0.4% เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น เพราะมีปัญหารัฐบาลก็ต้องเข้าไปดู ซึ่งหาก รมว.คลังคิดเช่นนั้น ก็ควรยกเลิกสถาบันคุ้มครองเงินฝากไปเลยไม่มีความจำเป็นต้องมีอีกต่อไป

ขณะที่นโยบายของ รมว.คลัง ที่จะเพิ่มการคุ้มครองสถาบันการเงิน มากกว่า 1 ล้านบาท ก็เห็นว่าเป็นเรื่อง รมว.คลัง สับสน เพราะลำพังปัจจุบันคุ้มครอง 1 ล้านบาท ยังไม่มีเงินดูแล และการเพิ่มการคุ้มครองมากกว่า 1 ล้านบาท จะนำเงินที่ไหนมาดูแล และการเพิ่มวงเงินคุ้มครองเป็นการนำเงินของคนทั้งประเทศไปดูแลเศรษฐีส่วนน้อยที่มีเงินมาก

นายกรณ์ กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมแก่ศาลรัฐธรรมนูญถึงการยื่นตีความพระราชกำหนดโอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.14 ล้านบาท และ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 3.5 แสนบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญและไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน