posttoday
รักจริงหวังแต่งต้องวางแผนเผื่อหย่า

รักจริงหวังแต่งต้องวางแผนเผื่อหย่า

13 กุมภาพันธ์ 2555

สัปดาห์แห่งความรักมาถึงอีกแล้ว และที่มาพร้อมกับเทศกาลวาเลนไทน์ก็คือ

สัปดาห์แห่งความรักมาถึงอีกแล้ว และที่มาพร้อมกับเทศกาลวาเลนไทน์ก็คือ

เทศกาลกระชับความสัมพันธ์ทั้งแบบเป็นเรื่องเป็นราวตามกฎหมาย (จดทะเบียนตามเขตต่างๆ เช่น บางรัก เพื่อให้รักกันนานๆ หรือบางซื่อ เพราะความรักอาจจะน้อยลงตามกาลเวลา แต่ความซื่อสัตย์ขอให้เท่าเดิมตลอดไป) และแบบไม่จริงจังตามกฎหมาย (อย่างที่ตอนนี้เป็นข่าวกันโครมๆ กันช่วงนี้ถึงขนาดเคอร์ฟิวเด็ก ห้ามเยาวชนออกจากบ้านหลัง 4 ทุ่ม รวมทั้งห้ามแต่งตัวโป๊ในช่วงวันวาเลนไทน์)

ยังไงถ้าคิดจะสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งแล้ว ก็ขอให้จริงจังกับคนที่เราคิดว่าใช่ และทำให้เป็นเรื่องเป็นราวตามประเพณีไทยน่าจะดีกว่าครับ และเมื่อคิดจะรักจริงหวังแต่ง ต้องวางแผนเผื่อหย่าด้วย อยากให้คิดเผื่อเอาไว้ เพราะจากสถิติปี 2550 พบว่าในประเทศไทยมีอัตราการจดทะเบียนสมรสประมาณ 3 แสนคู่ และมีอัตราการหย่าร้างสูงถึง 1 แสนคู่ จนกระทั่งถึงปี 2554 สถิติการหย่าร้างนั้นแทบจะคงที่ นั่นไม่ได้เป็นสัญญาณที่ดี หรือแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยมีอัตราการหย่าร้างลดลง แต่กลับแสดงให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มักอยู่ด้วยกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส ซึ่งเป็นเหตุทำให้มีอัตราการหย่าร้างสูงมากกว่าเดิม นี่ต่างหากคือความจริงที่ไม่สามารถแสดงตัวเลขเป็นสถิติได้ โดยเทียบจากสถิติปี 2552 ที่มีครอบครัวที่เป็นครอบครัวเดี่ยว ที่มีพ่อหรือแม่เลี้ยงลูกเพียงคนเดียว (Single Mom หรือ Single Dad) ถึง 2.5 ล้านครอบครัว สาเหตุมาจากการหย่าร้างเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ พ่อหรือแม่เสียชีวิต

การใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุข มีเรื่องต้องเตรียมกันหลายเรื่อง เช่น การใช้ชีวิตส่วนตัว ครอบครัวของอีกฝ่าย ฯลฯ และเรื่องที่สำคัญอีกเรื่อง คือ เรื่องเงิน ก็เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งของการใช้ชีวิตคู่

ดังนั้น ก่อนแต่งงานเราก็ควรคุยแผนการเงินก่อนแต่งงาน โดยก่อนจะวางแผนการเงิน สิ่งแรกที่ควรทำ คือ

1.ศึกษานิสัยและทัศนคติเกี่ยวกับการเงิน ของทั้งคู่ว่าแต่ละคนมีพื้นฐานอย่างไร เพื่อนำไปใช้เป็นองค์ประกอบในการวางแผนการเงินก่อนการแต่งงานได้ละเอียดและรอบคอบยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วยลดความขัดแย้งหรือความไม่เข้าใจกัน

2.แยกเงินส่วนรวมออกจากเงินส่วนตัว คือ ตกลงกันให้ชัด เงินก้อนไหนที่แต่ละคนจะจัดสรรสำหรับใช้จ่ายส่วนตัว โดยเงินส่วนตัวของแต่ละคนควรคิดเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในแต่ละเดือน เช่น ค่าเดินทาง ค่าสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ค่าโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ

และเงินส่วนที่เหลือจากการใช้จ่ายของแต่ละคนให้นำมาใส่กองกลางเป็น “เงินส่วนรวม” ของทั้งสองคน เพื่อสำหรับการใช้จ่ายส่วนกลาง และสำหรับออมเพื่อเป้าหมายในอนาคต ทั้งคู่จะต้องรู้และมีตัวเลขแน่ชัดว่าแต่ละฝ่ายจะใส่เข้ามาเดือนละเท่าไร ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องเท่ากันทั้งสองฝ่ายก็ได้ เผื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น หรือต้องแยกทางกัน เวลาต้องเคลียร์เงินคืนกันจะได้ง่าย

อย่าลืมกำหนดให้ชัดว่าใครจะเป็นผู้จัดการใช้จ่ายเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนกลางในเรื่องไหนบ้าง เช่น เรื่องอาหารการกินเป็นหน้าที่ของผู้หญิง เรื่องรถ เรื่องบ้านเป็นหน้าที่ของผู้ชาย เป็นต้น

วิธีง่ายๆ ของการดูแลเงินส่วนรวมก็คือ เปิดบัญชีธนาคารร่วมกัน 1 บัญชี โดยกำหนดเงื่อนไขการเบิกว่าต้องใช้ลายเซ็นร่วมของทั้งสองฝ่าย การเปิดบัญชีโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถเซ็นเบิกจ่ายได้โดยลำพัง เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำและควรหลีกเลี่ยงที่สุด แม้จะรักกันแค่ไหนก็ตาม เพราะยามมีปัญหาชี้นกยังบอกไม่ใช่นกเลย

นอกจากแยกเงินแล้ว ที่สำคัญอย่าลืมแยกหนี้ด้วย คุยกันให้ชัดก่อนแต่ง หนี้ติดตัวของแต่ละคนจะทำอย่างไร จะเข้ากองกลางหรือไม่ หรือจะให้ต่างคนต่างรับผิดชอบหนี้ของตนเอง อย่าประมาทเรื่องนี้ เพราะเป็นสาเหตุของการหย่าร้างมามากแล้ว

3.ตั้งเป้าหมายร่วมกัน เช่น อีกกี่ปีจะมีลูก อีกกี่ปีจะมีบ้าน มีลูกแล้วจะให้เรียนที่ไหน ฯลฯ แทบทุกเรื่องต้องใช้เงินเท่านั้น การตั้งเป้าหมายร่วมกันนี้เป็นเครื่องช่วยให้ทั้งสองคนเก็บออมเงินให้เป็นไปตามแผน และเป็นแรงขับดันให้มุ่งมั่นต่อไปยามที่มีอุปสรรคและปัญหาต่างๆ เกิดขึ้น เป้าหมายการเงินที่ดีต้องเป็นเป้าหมายที่เราอยากได้ (ถ้าไม่อยากได้ ก็ไม่รู้จะตั้งเป้าหมายไปทำไม) ต้องชัดเจน มีกำหนดเวลา มีเป้าจำนวนเงินที่ต้องการ ทำได้จริง หากทำเสร็จแล้วมีหลายเป้าเกินไป ก็ให้เลือกทำเป้าหมายที่สำคัญก่อนตามกำลังความสามารถของเรา ระวังอย่าให้เป้าหมายยากเกินไป (เหมือนเป้าบริษัท) เพราะจะทำให้เครียด เผลอๆ จะกลับทำลายความรักของทั้งคู่ไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว

4.ลุยตามแผน เมื่อตกลงใช้ชีวิตร่วมกัน วางแผนการเงินร่วมกัน คราวนี้ก็ถึงคราวลุยตามแผนด้วยกัน ใช้จ่ายเงินอย่างประหยัด เพื่อเก็บออมเงินเข้ากองกลางตามที่รับปากไว้ ยามเมื่อเห็นเงินกองกลางเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขอย่าบอกใครเลย

5.มองหาช่องทางการลงทุน เมื่อเงินกองกลางเพิ่มเรื่อยๆ ลองมองหาวิธีที่เงินงอกเงยได้เร็วขึ้นดีกว่า เช่น เอาเงินไปลงทุนในกองทุนรวมหรือหลักทรัพย์ต่างๆ แต่อย่าลืม “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน” ดังนั้นก่อนลงทุนควรคุยกันให้ดี เพราะแต่ละคนชอบความเสี่ยงไม่เท่ากัน การเลือกนโยบายการลงทุนควรจะยินยอมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย จากประสบการณ์ขอแนะนำให้กำหนดนโยบายการลงทุนตามคนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำกว่า เพราะชีวิตคู่ลำพังแค่เห็นหน้ากันทุกวันก็เครียดพอแล้ว ยังมาเครียดเรื่องเงินเพิ่มอีก เผลอๆ ชีวิตคู่อาจจบเร็วกว่ากำหนด หากไม่รู้จะกำหนดนโยบายการลงทุนอย่างไร ก็ลองมาคุยที่ธนาคารเกียรตินาคินได้ครับ

6.หากออมเงินได้เพิ่ม ก็ออมเข้ากองกลางเพิ่ม หลายคนเลือกวิธีมุบมิบเก็บส่วนตัวไม่เข้ากองกลาง ซึ่งก็ไม่ผิด หากออมเงินเข้ากองกลางตามตกลงแล้ว แต่ก็ควรบอกอีกฝ่ายว่าเงินที่เก็บส่วนตัวเก็บไว้ที่ไหน เท่าไหร่แล้ว เพราะจะได้เป็นเงินก๊อกสองยามจำเป็น หรือกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อีกฝ่ายจะได้รู้ว่าเงินอยู่ที่ไหน

สุดท้ายนี้ ขอเชิญร่วมแบ่งปันความรัก แบ่งปันชีวิต ร่วมบริจาคโลหิตให้สภากาชาดไทย ในวันอังคารที่ 28 ก.พ. เวลา 09.00–15.00 น. ที่ธนาคารเกียรตินาคิน สาขาอโศก ห้อง 2001 ชั้น 20 อาคารเค ทาวเวอร์ A ถนนอโศก

หากสนใจการวางแผนการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 026803333 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค