
ธปท.ชี้ไม่พบการเก็งกำไรส่วนต่างดอกเบี้ย
ธปท.ชี้ดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงในขณะที่ดอกเบี้ยในตลาดการเงินยังไม่ลดลงตาม
ธปท.ชี้ดอกเบี้ยนโยบายจะลดลงในขณะที่ดอกเบี้ยในตลาดการเงินยังไม่ลดลงตาม
นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาแม้ว่านโยบายดอเบี้ยจะปรับลดลงแล้ว แต่ดอกเบี้ยของระบบธนาคารพาณิชย์ในตลาดการเงินยงไม่ลดลง แต่ธปท.ยังไม่พบว่ามีใครหรือธนาคารพาณิชย์แห่งใดจะเลือกกู้เงินดอกเบี้ยต่ำในตลาดซื้อคืนพันธบัตรระยะสั้น(อาร์พี)ระยะ 1 วัน หรือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายจากธปท.แล้วนำเงินไปปล่อยสินเชื่อต่อ เพื่อหากำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย เพราะปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ส่วนใหญ่ระดมเงินไปให้กู้ผ่านช่องทางการฝากเงินเป็นหลัก ไม่ได้พึ่งเงินกู้จากตลาดอาร์พี ซึ่งดอกเบี้ยที่เป็นต้นทุนเงินฝากส่วนใหญ่ยังต่ำกว่าดอกเบี้ยอาร์พีอยู่แล้ว
“ปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จะอยู่ประมาณ 0.75% ต่อปี และถึงจะมีการแข่งขันรุนแรงระหว่างธนาคารพาณิชย์และธนาคารพาะกิจของรัฐ ทำให้ดอกเบี้ยเงินฝากปรับขึ้นมาบ้างประมาณ 1-2% แต่ดอกเบี้ยเงินฝากยังต่อกว่าดอกเบี้ยอาร์พีที่ธปท.ปล่อยกู้ในปัจจุบันที่ 3% อยู่มาก จึงไม่น่าจะธนาคารใดเลือกใช้วิธีการกู้เงินจากตลาดอาร์พีเพื่อเอาปล่อยกู้ต่อโดยหวังกินกำไรส่วนต่าง” นางสุชาดากล่าว
นางสุชาดา กล่าสวว่า ถึงสภาพคล่องช่วงนี้จะตึงขึ้นบ้าง แต่ไม่ถือว่าตึงมาก แค่มีสภาพคล่องน้อยลง เพราเมื่อเทียบสภาพคล่องเงินฝากกับสินเชื่อแล้ว ถึงสัดส่วนสินเชื่อจะสูงทำให้สภาพคล่องดูตึงตัว แต่ถ้านับสภาพคล่องที่รวมเงินฝากกับตั๋วแลกเงินหรือตั๋วบีอีด้วยแล้วเทียบกับสินเชื่อจะเห็นว่าสภาพคล่องยังสูงมาก เพราะสินเชื่อคิดเป็นสัดส่วนเพียง 89% เท่านั้น อีกอยาง ทุกวันนี้ธปท.ยังต้องดูดเงินหรือกู้เงินออกจากระบบเพื่อดูแลสภาพคล่องให้เหมาะสมอยู่เลย ไม่ได้ปล่อยสภาพคล่องให้แบงก์มากู้ผ่านตลาดอารืพีแต่อย่างใด จึงไม่น่าห่วงเรื่อจะมีใครกล้ากู้เงินจากตลาดอาร์พีไปปล่อยกู้ต่อ” นางสุชาดากล่าว







