
กทช. ฟันมือถือ สายหลุด-โทรไม่ติด
กทช.ใหม่ เตรียมฟันฮัลโหลมือถือ สายหลุด-โทรไม่ติด ยึด แนวทางเดิมสานต่อไลเซ่นส์ 3 จี
กทช.ใหม่ เตรียมฟันฮัลโหลมือถือ สายหลุด-โทรไม่ติด ยึด แนวทางเดิมสานต่อไลเซ่นส์ 3 จี
นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร กรรมการกิจการโทรคมนาคมห่างชาติ (กทช.) เปิดเผยหลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการว่า สิงที่จะเร่งดำเนินการในขณะนี้ คือ การเข้าตรวจสอบผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในปัจจุบันที่พบว่า ขณะนี้สัญญาณการใช้งานไม่ค่อยเสถียร และ โทรไม่ค่อยติดบ่อย ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้บริการ
ทั้งนี้ กทช.จะให้ทางสำนักงาน กทช. รายงานเรื่องดังกล่าวต่อการประชุมบอร์ดในวันที่3 มี.ค.นี้ เพื่อที่กทช.จะได้กำหนดมาตรการอย่างจริงจังให้การใช้งานโทรศัพท์มือถือมีมาตรฐานที่ดีกว่านี้
สำหรับ กทช.ชุดใหม่ ทั้ง 7 ท่าน ประกอบด้วย 4 ท่านใหม่ที่ได้รับการโปรดเกล้า คือ นายสุรนันท์ พ.อ.นที ศุกลรัตน์ นายบัณฑูร สุภัควณิช และ นายพนา ทองมีอาคม และอีก 3 ท่านเดิม คือ นายสุธรรม อยู่ในธรรม นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ และ นายสุชาติ สุชาติเวชภูมิ ซึ่งในสุธรรมไม่เข้าร่วมประชุม ทำให้ไม่สามารถเลือกประธาน กทช.ได้ โดยเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้า
นอกจากเรื่องกำหนดมาตการการให้บริการโทรศัพท์มือถือแล้ว กทช.ชุดใหม่ยังคงสานต่อการออกใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ตามที่ กทช.ชุดเดิมได้ทำไว้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ไลเซ่นส์ 4 ใบ และ ค่าไลเซ่นส์เริ่มต้นที่ 4,600 ล้านบาท และ 5,200 ล้านบาท เพราะเห็นว่าสิ่งที่ ชุดเดิมทำไว้ไม่ได้มีปัญหาอะไร จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ คาดว่าภายใน 3 เดือนข้างหน้าจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการประกวดราคาได้
นายประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ กล่าวว่า ภารกิจหลักของกทช.ชุดใหม่ คือ การผลักดันไลเซ่นส์อินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ( ไวแมกซ์) การกระจายการใช้งานบรอดแบนด์ และ บริการคงสิทธิ์เลขหมาย (นัมเบอร์พอร์ทิบิลิตี้)
ส่วนผลการตัดสินคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา กทช. ไม่ต้องตรวจสอบสัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท ทีโอที กับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เพราะเป็นสัญญาที่มีอยู่เดิม ซึ่งตามขั้นตอน ทีโอทีต้องไปดูผลกระทบที่เกิดขึ้นกับองค์กร แล้วส่งเรื่องให้รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) นำเรื่องเข้าที่ประชุมครม. เพื่อพิจารณาต่อ ขณะที่ กทช. จะศึกษาผลการตัดสินของศาลฎีกาคดียึดทรัพย์อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้ในเชิงนโยบายที่จะเกิดขึ้นใน







