posttoday
ธปท.เผยธุรกิจแบงก์ปี 54 กำไร 2.55 แสนล้าน

ธปท.เผยธุรกิจแบงก์ปี 54 กำไร 2.55 แสนล้าน

09 กุมภาพันธ์ 2555

ธปท.เผยปี 54 ระบบแบงก์มีกำไร 2.55 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 4.2 หมื่นล้านบาท แต่คุณภาพสินเชื่อแย่ลงเพราะเริ่มผลัดชำระหนี้มากขึ้นต้องจับตาใกล้ชิด

ธปท.เผยปี 54 ระบบแบงก์มีกำไร 2.55 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 4.2 หมื่นล้านบาท แต่คุณภาพสินเชื่อแย่ลงเพราะเริ่มผลัดชำระหนี้มากขึ้นต้องจับตาใกล้ชิด

น.ส.นวพร มหารักขกะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่า ในปี 2554 ที่ผ่านมาระบบธนาคารพาณิชย์มีผลกำไรจากการดำเนินงานรวม 2.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2 หมื่นล้าน จากปี 2553 ที่มีกำไรจากการดำเนินงาน 2.13 แสนล้านบาท ขณะนี้กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.44 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1 หมื่นล้านบาท จากปี 2553 ที่มีกำไรสุทธิ 1.23 แสนล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากรายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของสินเชื่อเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสินเชื่อขยายตัวได้ดี สินเชื่อโดยรวมขยายตัว 14.9% จากปี 2553 ขายตัว 11.3% แบ่งเป็นสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 14.8% จาก 9% สินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัว 15.4% ชะลอลงจาก 17.7% และสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)ขยายตัว 14.4% จาก 7.2% ด้านคุณภาพสินเชื่อหรือปัญหาหนี้เสียลดลง แม้ลูกหนี้และภาคธุรกิจจะประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมา โดยยอดหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก่อนหักสำรองหนี้เสีย(Gross NPL) ลดลงเหลือ 3% ของสินเชื่อรวม จาก 4% ของสินเชื่อรวมในปี 2553 ขณะที่เอ็นพีแอลสุทธิหลังหักสำรอง(Net NPL)ลดลงเหลือ 1.3% ของสินเชื่อรวม จากปี 2553อยู่ที่ 1.9%

“แนวโน้มธุรกิจแบงก์ยังแข่งขันได้ ยังมีโอกาสสร้างผลประกอบการที่ดีในปี 2555 ได้ แม้จะต้องเก็บเงินนำส่งเพิ่มขึ้นจาก 0.4% ของฐานเงินฝากไปใช้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ก็น่าจะยังแข่งขันกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐได้ เพราะที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์แข่งขันผ่านใต้กติกาหรือบรรทัดฐานที่ต่างกันอยู่แล้ว แม้เราจะให้แข่งในบรรทัดฐานเดียวกันก็ตาม แต่ธนาคารพาณิชย์ก็ยังแข่งขันได้ สร้างผลกำไรได้ เพราะมีกลยุทธ์ที่ต่างกัน เพียงแต่จะเหนื่อยมากขึ้น” น.ส.นวพรกล่าว

น.ส.นวพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในปีนี้จำเป็นต้องจับตาด้านคุณภาพหนี้มากขึ้น เพราะถึงเอ็นพีแอลจะลดลง แต่หนี้ค้างชำระ 1-2 เดือน แต่ยังค้างไม่ถึง 3 เดือนเริ่มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็น 3.3% จากปี 53 ที่ 2.6% ซึ่งต้องจับตามองเป็นพิเศษว่าปัญหาคุณภาพหนี้เหล่านี้จะเป็นภาวะชั่วคราวหรือจะมีปัญหามากขึ้น เบื้องต้นคาดว่าถ้าเศรษฐกิจขยายตัวได้ดี ไม่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำและไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกจโลกมากนัก ปัญหาเหล่านี้ก็น่าจะปรับดีขึ้น เพราะโดยรวมสินเชื่อเหล่านี้กระทบฐานะธนาคารไม่มาก เนื่องจากธนาคารมีการกันสำรองหนี้เสียไว้สูง และมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงระดับ 15.1%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน