
สมาคมฯยัน ลากแบงก์รัฐจ่ายเงินนำส่ง
สมาคมธนาคารไทยนัดถกใหญ่หาข้อสรุปเงินนำส่งให้กับ ธปท.
สมาคมธนาคารไทยนัดถกใหญ่หาข้อสรุปเงินนำส่งให้กับ ธปท.
หลัง พ.ร.ก.แก้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ บังคับใช้ เสนอ 2 แนวทางเพิ่มอัตรานำส่งไม่เกิน 0.56% ยืนกรานต้องเก็บแบงก์รัฐ
แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ในวันนี้เวลาประมาณ 08.30 น. สมาคมธนาคารไทยได้เรียกประชุมสมาชิกทั้งหมดเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องการนำส่งเงินหลังพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน มีผลบังคับใช้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปก่อนจะนำเสนอข้อสรุปต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การหารือจะมีการนำเสนอ 2 แนวทางการนำส่งเงินฝากเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด แนวทางแรกขอให้รัฐบาลพิจารณาปรับการนำส่งเงินฝากเป็นรูปแบบขั้นบันได จากอัตรา 0.56% ซึ่งเป็นอัตรามากสุดไล่ลงมาอัตราน้อยสุด หากเป็นแนวทางนี้จะใช้ระยะเวลา 23 ปี ซึ่งก็มีข้อโต้แย้งว่าอาจใช้เวลานานเกินไป
อีกแนวทางคือ จ่ายเงินนำส่งให้สั้นลง โดยใช้ระยะเวลา 15 ปี ด้วยการจ่ายเงินนำส่งปีละ 0.56% แบ่งเป็น นำส่งเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 0.01% ที่เหลืออีก 0.55% นำส่งเงินให้กับ ธปท.เพื่อใช้หนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ
แหล่งข่าวยืนยันว่า สิ่งที่สมาชิกสมาคมธนาคารไทยเห็นพ้องกัน คือ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐควรช่วยนำส่งเงินฝากด้วย เพื่อให้ระยะเวลาการนำส่งสั้นลง อีกทั้งมีความเป็นห่วงว่าหากให้ธนาคารพาณิชย์นำส่ง แต่ธนาคารเฉพาะกิจไม่ต้องนำส่งสมทบด้วย ก็จะเกิดปัญหาอย่างที่เริ่มเกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ นโยบายการเงินเริ่มใช้ไม่ได้ผล ดอกเบี้ยไม่มีการปรับลด แม้ ธปท.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งจะส่งผลต่อระบบการเงินในระยะยาว
ขณะเดียวกันก็จะเกิดปัญหาความเหลื่อมล้ำของต้นทุนจนส่งผลกระทบต่อการแข่งขันระหว่างธนาคารพาณิชย์ไทยกับธนาคารต่างประเทศด้วย
“ตอนนี้มีผู้รู้เข้าแนะนำกับกระทรวงการคลังเพื่อไม่ให้ระบบเกิดปัญหา มีถึงขั้นเสนอแนะด้วยว่าให้ธนาคารเฉพาะกิจช่วยนำส่งเงินฝากก่อน แล้วค่อยเก็บคืนทีหลังก็ได้ แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป” แหล่งข่าวเปิดเผย
นายธวัชชัย ยงกิตติคุณ เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ไม่ขอเปิดเผยถึงวาระที่สมาคมจะมีการหารือกันภายใน
อย่างไรก็ตาม สมาคมธนาคารไทยยังขอยืนยันในหลักการเดิม คือ ขอให้รัฐบาลพิจารณาเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมเงินฝากจากธนาคารเฉพาะกิจภาครัฐในอัตราเท่าเทียมกันกับธนาคารพาณิชย์เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน และเพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะเงินฝากไหลออกจากธนาคารพาณิชย์ทวีความรุนแรงขึ้น
ขณะที่มีรายงานว่า ธปท.อาจใช้วิธีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 0.12-0.16% จากอัตราเดิมที่ธนาคารต้องนำส่งเงินเข้าสถาบันคุ้มครองเงินฝาก 0.4% รวมเป็น 0.52-0.56% เพราะเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อธนาคารพาณิชย์ รวมไปถึงผู้ฝากเงินผู้กู้เงิน และผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ







