posttoday
ระวังหุ้นไตรมาสแรก

ระวังหุ้นไตรมาสแรก

08 กุมภาพันธ์ 2555

ทิสโก้เตือนป่วนแม้ตปท.ซื้อ แนะลงทุนหุ้นปันผลปลอดภัย

ทิสโก้เตือนป่วนแม้ตปท.ซื้อ แนะลงทุนหุ้นปันผลปลอดภัย

ตลท.ฟุ้งหุ้นไทยฝ่าได้ทุกวิกฤต ดัชนีพุ่งเหนือ 1,101 จุดได้ ด้าน บล.ทิสโก้ ชี้หุ้นไตรมาสแรกผันผวน ใครอยากลงทุนต้องซื้อหุ้นปันผล

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังคงสดใส โดยดัชนีปิดตลาดเมื่อวันที่ 7 ก.พ. ที่ระดับ 1,101.12 จุด เพิ่มขึ้น 7.11 จุด หรือ 0.65% มูลค่าซื้อขาย 30,401.07 ล้านบาท ต่างชาติซื้อหนักอีก 2,304 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 9.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 8.4 ล้านล้านบาท

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้ความเห็นว่า การที่ดัชนีหุ้นสามารถยืนในระดับ 1,100 จุด ได้สูงสุดในรอบ 5 เดือน เป็นการเคลื่อนไหวตามตลาดภูมิภาคที่ต่างชาติมีการเข้าซื้อสุทธิ โดยตั้งแต่ต้นปีต่างชาติซื้อสุทธิถึง 1.3 หมื่นล้านบาท และดัชนีหุ้นขึ้นแล้ว 7.3%

ระวังหุ้นไตรมาสแรก

 

ทั้งนี้ มีข้อสังเกตว่าระยะ 1-2 เดือนที่ผ่านมาไม่มีข่าวร้ายเข้ามากระทบ ถือเป็นแนวโน้มที่ดีที่ทำให้บรรยากาศการลงทุนกลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับเห็นได้ว่า 1-2 เดือนนี้นักลงทุนรายใหญ่ที่เดิมเล่นใน SET20 ไม่มีการซื้อหรือขายมาก แต่ส่วนใหญ่ปริมาณการซื้อขายไปอยู่ในหลักทรัพย์ขนาดเล็กหรือกลุ่มมากกว่า SET50 แสดงให้เห็นว่า นักลงทุนส่วนใหญ่รอดูสถานการณ์ แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดี เพราะไม่มีแรงขายออกมา จนดัชนีค่อยทะยานจากสิ้นปี 1,050 จุด เมื่อสิ้นปีก่อน

แม้ตอนนี้ยังมีเม็ดเงินที่พร้อมเข้ามาลงทุน เห็นได้จากวันที่หุ้นจีนมีการประกาศอัตราเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ดัชนีหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 4-5% ทำให้มีเม็ดเงินที่พร้อมจะโยกจากสินทรัพย์ที่ปลอดภัยเข้าตลาดหุ้นเสมอ

อย่างไรก็ตาม อยากให้นักลงทุนระวังและต้องติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้สินยุโรปอย่างใกล้ชิด เพราะส่วนใหญ่นักวิเคราะห์ให้ระวังในไตรมาสแรก ขณะที่บริษัทจดทะเบียนไทยจะมีการประกาศผลประกอบการออกมาในเร็วๆ นี้

นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุน และผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาดลูกค้าส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกหุ้นไทยยังแกว่งผันผวนจากปัจจัยที่สถาบันการเงินยุโรปทั้งหมด 31 แห่งต้องมีการเพิ่มทุนกว่า 1.1 แสนล้านยูโร ก่อนวันที่ 30 มิ.ย. จึงทำให้เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้ยาก แม้ตั้งแต่ต้นปี 2555 เป็นต้นมาต่างชาติจะมีสถานะซื้อสุทธิก็ตาม เมื่อตลาดหุ้นมีความไม่แน่นอนสูงแนะให้สะสมหุ้นที่เน้นจ่ายปันผลสูงและราคาหุ้นยังปรับขึ้นไม่มากนัก อาทิ กลุ่มพลังงานที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท บ้านปู (BANPU) หรือรายตัวที่ให้ปันผลอยู่ที่ระดับ 6% เช่น บล.คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) หรือ KGI และบริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH)

“จากระดับราคาหุ้นปัจจุบันที่ 1,100 จุด และมองว่ากลางปีหุ้นน่าจะขึ้นไปที่ 1,160 จุด จึงยังมีโอกาสที่หุ้นจะขึ้นอีกกว่า 50 จุด ดังนั้นหากหุ้นขึ้นให้ขายทำกำไรออกไป ส่วนนักลงทุนที่ถือหุ้นมานานยังไม่จำเป็นต้องขายตัดขาดทุน เพราะระยะยาวหุ้นยังขึ้นได้และมีโอกาสแตะ 1,300 ได้ ส่วนนักลงทุนที่เพิ่งมีหุ้นในต้นทุนใหม่แนะนำให้รีบขายตัดขาดทุนไป เพื่อรักษาวินัยทางการเงิน เพราะหากดัชนีปรับลงสู่แนวรับ 1,085 จุด ก็มีโอกาสหลุดไปแตะที่ 1,065 จุด”

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน