
อาร์เอสปั้นทีวีดาวเทียม หวังเทียบชั้นฟรีทีวี
จุดเปลี่ยนการรับส่งภาพและเสียงจากสัญญาณอะนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิตอล
จุดเปลี่ยนการรับส่งภาพและเสียงจากสัญญาณอะนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิตอล
ได้ปลุกกระแสการลงทุนในธุรกิจทีวีดาวเทียมของประเทศไทยให้ตื่นจากความฝัน เพราะเป็นช่องทางให้ผู้ที่สนใจลงทุนในสื่อโทรทัศน์มีโอกาสลงทุนในธุรกิจนี้มากขึ้น เพื่อชิงเค้กส่วนแบ่งทางการตลาดมูลค่ามหาศาล แบบไม่ต้องง้อรอการสัมปทานช่องฟรีทีวีจากภาครัฐ ที่ดูเหมือนจะผูกขาดกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
เห็นได้จากโดยวงการสื่อเกือบทุกค่ายต่างทุ่มลงทุนเพื่อกระโดดเข้าสู่ทีวีดาวเทียมด้วยกันทั้งนั้น เช่นเดียวกับค่ายเพลงอาร์เอส ที่มองว่าธุรกิจทีวีดาวเทียมจะเป็นอีกหนึ่งขาธุรกิจหลัก รองจากธุรกิจเพลง และในอนาคตธุรกิจทีวีดาวเทียมจะสร้างรายได้นำธุรกิจเพลงเลยทีเดียว เพราะหลังจากได้เริ่มธุรกิจทีวีดาวเทียมไปก่อนหน้านี้หลายปีมีช่องให้บริการ ทั้งช่องละคร อย่างช่อง 8 ช่องเพลงอย่าง สบายดีทีวี และอีกหลายช่อง ทำให้อาร์เอสเริ่มเห็น “ช่องทาง” ของทีวีดาวเทียมว่าสดใสเพียงใด
พรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า บริษัทได้ปรับราคาค่าโฆษณาทีวีดาวเทียมช่อง 8 เพิ่มขึ้น 30% เป็นนาทีละ 3,500 บาท จากเดิมที่คิดอยู่ในอัตราเพียงนาทีละ 2,500 บาทเท่านั้น ซึ่งการปรับราคาโฆษณาดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจของ เอซี นีลเส็น ที่ได้สำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ชมทีวีดาวเทียม โดยกลุ่มตัวอย่างที่สำรวจนั้นมากกว่าปีที่ผ่านมา 3 เท่า เพื่อให้ผลการสุ่มตัวอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นการเพิ่มมาตรฐานและมีความถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่ามีปรากฏการณ์จองโฆษณาล่วงหน้าเข้ามาในผังทีวีช่อง 8 ในลักษณะระยะยาวมากขึ้น สะท้อนได้ว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์รายใหญ่ เช่น พีแอนด์จี ยูนิลีเวอร์ ยาสีฟันคอลเกต ฯลฯ เริ่มให้การยอมรับทีวีดาวเทียมมากขึ้น หลังจากที่ฐานผู้ชมทีวีดาวเทียมมากขึ้นตามลำดับ
นอกจากนี้ ยังมีผู้จำหน่ายกล่องทีวีดาวเทียมลงมาเปิดตลาดมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีช่องทางการเข้าถึง เปิดรับการชมทีวีดาวเทียมได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย
“นับจากนี้การแข่งขันบนทีวีดาวเทียมจะมีสูงขึ้น ช่องเคเบิลทีวีจะไม่มีเฉพาะเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือน้ำป้าเช็งเท่านั้น แต่จะมีความหลากหลายด้านเนื้อหา ที่สาระความรู้ ความสนุก ไม่แพ้ช่องฟรีทีวี แต่ผู้ที่อยู่รอดในธุรกิจนี้จะเป็นค่ายใหญ่ๆ ที่อยู่ในวงการที่เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาเท่านั้น” พรพรรณ กล่าว
จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้สัญญาณรับส่งโทรทัศน์คนไทยกว่า 21 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศในปีนี้ พบว่าปัจจุบันประชาชนรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียมสัดส่วน 50% ของจำนวนครัวเรือนที่รับชมโทรทัศน์ทั้งประเทศ รับชมผ่านเคเบิลท้องถิ่น 12% รับชมผ่านทรูวิชั่นส์ 78% รับชมผ่านเสาก้างปลา 40%
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าในปี 2559 คนไทยเกือบทุกครัวเรือนจะรับชมรายการโทรทัศน์ผ่านจานดาวเทียม
เม็ดเงินโฆษณาสำหรับทีวีดาวเทียมปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 3,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และมูลค่าโฆษณาในปี 2556 จะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท
สำหรับกลยุทธ์การตลาดของอาร์เอสในการบุกตลาดทีวีดาวเทียมนั้น พรพรรณ บอกว่า เตรียมใช้งบประมาณ 200 ล้านบาท สำหรับโฆษณาประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ในช่อง 8 ผ่านสื่อครบวงจร ผ่านโชเชียลเน็ตเวิร์ก ฯลฯ รวมถึงการเป็นพันธมิตรกับผู้จำหน่ายกล่องดาวเทียม เพื่อสร้างเครือข่ายที่ครอบคลุม โดยมองว่าทีวีดาวเทียมที่แข่งขันกันกว่า 100 ช่อง แต่ผู้ชมจะเลือกชมเฉพาะช่องประจำไม่เกิน 10 ช่อง ที่เป็นตัวเลขที่กดในอันดับต้นๆ บนรีโมตเท่านั้น
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวช่องลาลีกา เพื่อรองรับการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล ลาลีกา ลีก จากประเทศสเปน ในเดือน ส.ค.นี้ เพื่อเจาะกลุ่มผู้ชมที่ชื่นชอบฟุตบอล ซึ่งขณะนี้มีผู้สนใจให้การสนับสนุนจำนวน 3 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นบริษัทกีฬา ส่วนสาเหตุที่เลือกถ่ายทอดฟุตบอลลาลีกา ลีก เนื่องจากเป็นรายการฟุตบอลที่อยู่ในความสนใจของคนไทยเป็นอันดับ 2 รองจากการถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกจากประเทศอังกฤษ
พรพรรณ กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลลิขสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ซึ่งจะหมดสัญญากับทรูวิชั่นส์ในเดือน ส.ค.นี้ ซึ่งบริษัทได้เตรียมความพร้อมในการประมูลลิขสิทธิ์ 3 ปี ซึ่งคาดว่าจะใช้งบไม่ต่ำกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 300 ล้านบาท
โดยจุดแข็งหลักของอาร์เอสจะเน้นให้ผู้ชมสามารถเข้าถึงการชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกได้ง่ายกว่าของทรูวิชั่นส์ กับแพ็กเกจค่าดูในหลักไม่กี่ร้อยบาท โดยเชื่อว่ากลยุทธ์ของดีราคาถูก และกลยุทธ์ 4พี จะช่วยให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและเป็นช่องทีวีดาวเทียมที่ได้รับการกล่าวขานไม่แพ้ช่องฟรีทีวี
อย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้ทั้งกลุ่ม 3,200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากทีวีดาวเทียม 550 ล้านบาท ช่อง 8 รายได้ 200 ล้านบาท สบายดีทีวี และยู แชนแนล รายได้ 300 ล้านบาท และ YAAK ทีวี รายได้ 50 ล้านบาท







