
เป๊ปซี่ทุ่ม4พันล.สู้ศึก
ยักษ์น้ำดำ เป๊ปซี่จ่าย 4,000 ล้าน ดอดซื้อโรงงานซานมิเกล หวังรักษาตลาดน้ำอัดลมไทยหลัง 31 ต.ค.เลิกเสริมสุข
ยักษ์น้ำดำ เป๊ปซี่จ่าย 4,000 ล้าน ดอดซื้อโรงงานซานมิเกล หวังรักษาตลาดน้ำอัดลมไทยหลัง 31 ต.ค.เลิกเสริมสุข
แหล่งข่าวจากวงการเครื่องดื่มเปิดเผยว่า บริษัท เป๊ปซี่-โคล่า (ไทย)เทรดดิ้ง เจ้าของและผู้ทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลม เป๊ปซี่ มิรินด้าและเซเว่นอัพ ได้ทำสัญญาซื้อโรงงานผลิตเครื่องดื่มจากบริษัท ซานมิเกล (ประเทศไทย) ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ.ระยองจำนวน 95 ไร่ ไปเมื่อ 2 เดือนก่อนที่ราคากว่า 2,000 ล้านบาท
พร้อมปรับสายการผลิตสินค้าในโรงงานดังกล่าวใหม่ เพื่อเตรียมทำตลาดสินค้ากลุ่มน้ำอัดลมและอื่นๆ ได้ทันที หลังบริษัทหมดสัญญาธุรกิจกับบริษัท เสริมสุข ผู้ผลิตและกระจายสินค้า ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 31 ต.ค. 2555
นอกจากนี้ คาดว่าบริษัท เป๊ปซี่ฯอาจต้องใช้งบลงทุนอีกกว่า 2,000 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อผลิตสินค้าเครื่องดื่มประเภทขวดแก้วคืนได้ เนื่องจากโรงงานเดิมของบริษัทซาน มิเกล ดังกล่าว ผลิตสินค้าในสายการผลิตเครื่องดื่มบรรจุกระป๋อง (แคน) เท่านั้น โดยยังขาดไลน์ผลิตบรรจุภัณฑ์ชนิดขวดแก้วคืนได้ ซึ่งเป็นบรรจุภัณฑ์ที่มีสัดส่วนกว่า 50% ของตลาดน้ำอัดลมรวมและขวดแก้วคืนได้ยังเป็นตัวทำให้เป๊ปซี่ในประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดชนะโค้ก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในหลายสิบประเทศที่เป๊ปซี่ชนะโค้กได้
รวมทั้งด้านช่องทางจำหน่ายของบริษัท เสริมสุข ที่มีรถขนส่งกว่า1,400 คัน เข้าถึงร้านค้ากว่า 2 แสนแห่ง และศูนย์กระจายสินค้าทางเรือ เช่น ผลิตจากโรงงานปทุมธานี ส่งมายังศูนย์กระจายสินค้าเจริญนคร ริมสะพานตากสินฝั่งธนบุรี ซึ่งเป็นการขนส่งทางเรือที่มีต้นทุนถูกกว่า
นอกจากนี้บริษัท เป๊ปซี่ฯ ยังต้องเตรียมลงทุนระบบขนส่งกระจายสินค้าเองด้วย จากที่ให้บริษัท เสริมสุข กระจายสินค้ามากว่า 50 ปี ซึ่งเป็นไปได้ว่าบริษัท เป๊ปซี่ฯ อาจจ้างบริษัท เสริมสุข กระจายหลังเลิกสัญญาเดือน ต.ค. 2555 ในช่วงต้น โดยเฉพาะช่องทางร้านอาหารที่ครอบคลุมทั่วประเทศ







