
กกร.เตรียม5เรื่องเสนอเวทีภูมิภาค
กกร.เตรียม 5 ข้อเสนอที่ประชุมระดับภูมิภาคในวันที่ 21 ก.พ. เร่งพัฒนาระบบคมนาคมสร้างรถไฟความเร็วสูง
กกร.เตรียม 5 ข้อเสนอที่ประชุมระดับภูมิภาคในวันที่ 21 ก.พ. เร่งพัฒนาระบบคมนาคมสร้างรถไฟความเร็วสูง
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการภาคเอกชนร่วม 3 สถาบัน (กกร.) ได้เตรียมเรื่องที่จะไปนำเสนอคณะกรรมการภาครัฐร่วมเอกชนเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.) ภูมิภาค ครั้งที่ 2 ที่มีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 21 ก.พ. 2555 โดยมีข้อเสนอร่วมกัน 5 เรื่อง ได้แก่ เรื่องคมนาคมขนส่ง การส่งเสริมการค้าการลงทุน การบริหารจัดการน้ำ การท่องเที่ยว และการพัฒนาทรัพยากรบุคคล
ทั้งนี้ ในเรื่องการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ต้องการให้ภาครัฐเร่งรัดโครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่ กรุงเทพฯ – หนองคาย ให้แล้วเสร็จในปี 2562 สนับสนุนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง จากกรุงเทพฯ – หนองคาย ดำเนินโครงการปรับปรุงขยายช่องทางเพื่อการคมนาคมและท่องเที่ยวเลียบแม่น้ำโขง เส้นทางหมายเลข 211 และ 212 และผลักดันโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟบ้านไผ่ – มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม
ด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุน ต้องการให้รัฐจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จังหวัดมุกดาหาร และนครพนม สนับสนุนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรม มุ่งเน้นการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่จังหัดอุดรธานี และขอนแก่น โดยให้เป็นพื้นที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีพิเศษ เช่น ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 8 ปี ไม่จำกัดวงเงิน และขยายเวลาเปิดด่านสากล ชายแดนไทยลาวนครพนม-ท่าแขก สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 ตั้งแต่เวลา 06.00 – 22.00 น. จากเดิมที่ปิดเวลา 18.00 น.
การบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร โครงการบริหารจัดการน้ำโขง – เลย – ชี – มูล โดยผันน้ำจากแม่น้ำโขงให้ไหลลงมากตามแหล่งน้ำต่างๆ การส่งเสริมการท่องเที่ยวและบริการ สนับสนุนโครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง และส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรบุคคล ผลักดันแนวคิดการสร้างมหาวิทยาลัยเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดกาฬสินธุ์
นายสมเกียรติ อนุราษฎร์ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ที่ประชุมยังหารือเรื่องการจัดประชุม Asian Business Summit ที่มีประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเป็นเวทีของภาคเอกชนตัวแทนของเอเชีย 13 ประเทศ จะมาหารือกัน เพื่อส่งเสริมด้านการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ซึ่งข้อเสนอที่เกิดขึ้นจะนำไปนำเสนอต่อในเวทีการประชุม ความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย – แปซิฟิก (เอเปค) ต่อไป ซึ่งภาคเอกชต้องการให้นายกรัฐมนตรี ตอบรับเข้าร่วมเป็นประธาน







