
วายุภักษ์ถือPTTเต็มเพดาน
MFCถือเพิ่มเผยต้องขอกลต.กองทุนครบ10ปีจ้องขยายอายุ
MFCถือเพิ่มเผยต้องขอกลต.กองทุนครบ10ปีจ้องขยายอายุ
MFC เผยกองทุนวายุภักษ์ถือหุ้น ปตท. เต็มเพดานการลงทุน หากต้องซื้อหุ้นเพิ่มจากคลัง ต้องขออนุมัติ ก.ล.ต.ก่อน
น.ส.ประภา ปูรณโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี ในฐานะ ผู้จัดการกองทุนรวมวายุภักษ์ 1เปิดเผยว่า หากกองทุนวายุภักษ์จะ ต้องเข้าไปซื้อหุ้น บริษัท ปตท. (PTT) เพิ่ม ตามนโยบายของกระทรวงการคลังเพื่อให้ บริษัท ปตท. พ้นจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ กองทุนจะต้องขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเพิ่มเพดานการลงทุน จากปัจจุบันลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 80% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน
“ตอนนี้กองทุนวายุภักษ์ถือหุ้น ปตท. ในสัดส่วน 80% จากเดิมเคยถืออยู่ 50% ซึ่งสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นๆ ตามมูลค่าหุ้นที่กองทุนลงทุนตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ทำให้ก่อนหน้านี้ต้องขออนุมัติเพิ่มสัดส่วนการลงทุนกับ ก.ล.ต.ไปแล้วครั้งหนึ่ง เนื่องจากนโยบายการลงทุนเดิมกำหนดเพดานลงทุนได้ไม่เกิน 50% เท่านั้น ดังนั้นหากจะเพิ่มการลงทุนอีกก็ต้องขอ ก.ล.ต.อีกครั้ง” น.ส.ประภา กล่าว
สำหรับกรณีของ บริษัท การบินไทย (THAI) ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังจะให้กองทุนเข้าไปซื้อหุ้นด้วยไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากปัจจุบันกองทุนวายุภักษ์ถือหุ้นการบินไทย 5% เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการคลังยังไม่ได้หารือเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่ง บลจ.เอ็มเอฟซี ในฐานะผู้จัดการกองทุนก็มีเป้าหมายในการบริหารกองทุนเพื่อตอบสนองผู้ถือหน่วยลงทุนในแง่ผลตอบแทน ซึ่งหุ้นทั้งสองบริษัทก็มีพื้นฐานดี สามารถลงทุนได้ แต่สุดท้ายแล้วแนวทางจะเป็นอย่างไรคงต้องดูความเหมาะสมกับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมถึงไม่กระทบต่อตลาดทุน และกระทรวงการคลังต้องเห็นชอบด้วย
ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ อดีตกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ซึ่งเคยบริหารจัดการกองทุนรวมวายุภักษ์ 1 กล่าวว่า หากกองทุนวายุภักษ์ครบอายุ 10 ปี บริษัทจัดการอาจพิจารณาขอขยายอายุโครงการได้ เนื่องจากระบุอยู่ในหนังสือชี้ชวนอยู่แล้ว แต่จะต้องได้รับมติโดยเสียงข้างมากของผู้ถือหน่วยลงทุน
นอกจากนี้ กองทุนจะต้องเปิดทางให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเดิมเลือกที่จะถือลงทุนต่อ หรือขายหน่วยลงทุนออก เนื่องจากว่าเมื่อมีการแก้ไขโครงการอาจทำให้เงื่อนไขเปลี่ยนไปจากเดิมที่มีการค้ำประกันผลตอบแทนปีละ 3% ทำให้ผู้มีเงินออมสนใจเข้ามาลงทุนในกองทุนวายุภักษ์จำนวนมาก
นายพิชิต กล่าวว่า กรณีที่กองทุนไม่ขยายโครงการก็จะต้องดำเนินการปิดกองทุนและคืนเงินผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งหุ้นที่กองทุนวายุภักษ์ซื้อมาจากกระทรวงการคลัง ตั้งแต่ช่วงจัดตั้งกองทุน กองทุนจะต้องขายคืนให้กระทรวงการคลังในราคาต้นทุนที่ซื้อมา บวกกับอัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี
“หุ้น ปตท.ตอนที่ซื้อมาต้นทุนต่ำมากๆ ซึ่งปัจจุบันมูลค่าสูงขึ้น หากคลังไม่ซื้อหุ้นกลับคืนคงเกิดคำถามขึ้นได้” นายพิชิต กล่าว







