
ผลสำรวจแบงก์สินเชื่อธุรกิจรุ่ง ‘บ้านบัตร’เฉา
ผลสำรวจความเห็นของสถาบันการเงินคาดสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ เอสเอ็มอี ภาคครัวเรือนในไตรมาสแรกกระฉูด แต่สินเชื่อบ้านและบัตรเครดิตแผ่ว
ผลสำรวจความเห็นของสถาบันการเงินคาดสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่ เอสเอ็มอี ภาคครัวเรือนในไตรมาสแรกกระฉูด แต่สินเชื่อบ้านและบัตรเครดิตแผ่ว
ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลสำรวจภาวะการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลในช่วงไตรมาส 4 ปี 2554 และแนวโน้มในไตรมาสแรกปี 2555 พบว่า ความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจทุกประเภทมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เพราะต้องการใช้เงินทุนมาฟื้นฟูกิจการภายหลังน้ำท่วม
สถาบันการเงินประเมินว่า ความต้องการสินเชื่อในภาคการผลิตวัสดุก่อสร้าง การผลิตเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อสังหาริมทรัพย์ และการค้าส่งและค้าปลีก จะเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนให้สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวได้ในระยะต่อไป ส่วนมาตรฐานการให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจก็จะไม่ได้เข้มงวดมากนัก แม้จะมีความกังวลต่อคุณภาพสินเชื่อเพิ่มขึ้นก็ตาม เนื่องจากจำเป็นต้องรักษาฐานลูกค้าในช่วงที่มีการแข่งขันรุนแรง
ทั้งนี้ ภาวะอุตสาหกรรมมีความเสี่ยงสูงขึ้นบ้างในไตรมาสนี้ โดย 42.9% ของสถาบันการเงินระบุว่า ภาคธุรกิจมีการผลัดชำระหนี้สินเชื่อโดยรวมเพิ่มขึ้น
ธปท.ได้รายงานผลสำรวจความเห็น แนวโน้มการให้สินเชื่อภาคครัวเรือนในไตรมาสแรกปี 2555 ว่า สถาบันการเงินและนันแบงก์คาดว่าความต้องการสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆ และสินเชื่อบัตรเครดิตในไตรมาสแรกปี 2555 จะเพิ่มขึ้นตามความต้องการเงินทุนเพื่อบูรณะซ่อมแซมที่พักอาศัยและจับจ่ายใช้สอย แต่ความต้องการสินเชื่อน่าจะใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า แต่คาดว่ามาตรฐานการให้สินเชื่อบัตรเครดิตจะเข้มงวดขึ้น เพราะกังวลต่อภาวะความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและความน่าเชื่อถือของผู้กู้มากขึ้น
สำหรับการให้สินเชื่อครัวเรือนในไตรมาส 4 ปี 2554 ผลสำรวจพบว่าความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบัตรเครดิตลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนอื่นๆ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตก็ลดลงตามความต้องการจับจ่ายใช้สอยสินค้าคงทนและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงในช่วงอุทกภัยด้วย
ธปท.ระบุว่า สถาบันการเงินเริ่มมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับความเสี่ยงเรื่องภาวะเศรษฐกิจ ความน่าเชื่อถือของผู้กู้และหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ตาม เพราะ 46.7% ของสถาบันการเงินระบุว่ามีการผลัดชำระหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น และ 38.1% ของสถาบันการเงินระบุว่า มีการผลัดชำระหนี้สินเชื่อครัวเรือนอื่นๆ เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้องเพิ่มความเข้มงวดการให้สินเชื่อบัตรเครดิตขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน โดย 11.5% ได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ที่ให้แก่ภาคครัวเรือนลงในไตรมาสนี้ ขณะที่ 84.6% คงดอกเบี้ยเงินกู้ไว้เท่าเดิม มีเพียง 3.8% ที่ปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้







