posttoday
รัฐใช้จ่ายดันศก.ปีนี้โต4.9%

รัฐใช้จ่ายดันศก.ปีนี้โต4.9%

04 กุมภาพันธ์ 2555

เหตุปี’54เจอน้ำท่วมโตแค่1%ต้องลงทุนฟื้นฟูประเทศแถมเงินเฟ้อเริ่มลด

เหตุปี’54เจอน้ำท่วมโตแค่1%ต้องลงทุนฟื้นฟูประเทศแถมเงินเฟ้อเริ่มลด

ธปท.คาดเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 4.9% ระบุขยายตัวได้มากหรือน้อยอยู่ที่การลงทุนภาครัฐ

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจประจำเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีแนวโน้มขยายตัวดี

ดังนั้น จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2555 จะขยายตัวได้ที่ระดับ 4.9% สูงกว่าการประเมินครั้งก่อนเมื่อเดือน พ.ย. 2554 ที่เคยคาดไว้ที่ระดับ 4.8%

ธปท.คาดว่า เงินเฟ้อพื้นฐานจะลดลงต่อเนื่องอยู่ที่ 2.2% ลดลงจากครั้งก่อนที่ 2.4% และเงินเฟ้อทั่วไปที่ 3.2% จากครั้งก่อนที่ 3.5%

ทั้งนี้ แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2555 เป็นช่วงของการฟื้นตัวจากอุทกภัย ทำให้ความต้องการใช้จ่ายในการซื้อรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าน่าจะยังมีต่อเนื่อง แม้แรงงานจะตกงานบ้างช่วงน้ำท่วม แต่รายได้ทางการเกษตรยังดี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังต่ำ ธนาคารพร้อมปล่อยกู้จากสภาพคล่องที่ยังสูง การบริโภคจึงน่าจะกลับมาฟื้นได้เร็ว

“ที่สำคัญ ปีนี้การใช้จ่ายผ่านมาตรการกระตุ้นภาครัฐและการลงทุนภาครัฐยังมีอยู่ จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญทางเศรษฐกิจ คาดว่าในไตรมาส 3 ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวเป็นปกติ ส่วนการส่งออกคงจะไม่ขยายตัวมากนัก เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดี” นายไพบูลย์ กล่าว

นอกจากนั้น ในปีนี้นโยบายการ คลังและมาตรการภาครัฐจะมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟู เห็นได้จากที่มีการตั้งงบประมาณขาดดุล 4 แสนล้านบาท มีโครงการบริหารจัดการน้ำ 3 ปี เป็นเงิน 3.5 แสนล้านบาท และการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ภาครัฐจะเป็นแรงหนุนที่สำคัญของเศรษฐกิจ แต่ถ้าแผนการใช้จ่ายของรัฐต่ำกว่าที่เราคาดไว้ว่าปีนี้ว่าจะมีการใช้จ่ายประมาณ 10% ของงบประมาณทั้งหมดการขยายตัวปีนี้และเศรษฐกิจโลกทำให้เศรษฐกิจคู่ค้าของไทยที่ส่งออกไปแย่ลง เราก็มีโอกาสโตต่ำกว่าคาด” นายไพบูลย์กล่าว

สำหรับปี 2556 ธปท.คาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวได้ที่ระดับ 5.6% ภายใต้อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่ระดับ 1.7% และเงินเฟ้อทั่วไปที่ 2.9% โดยแนวโน้มในปี 2556 เศรษฐกิจน่าจะกลับมาขยายตัวได้ในเกณฑ์ปกติ จากปัจจัยที่ภาคการผลิตน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยเศรษฐกิจโลกน่าจะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้

เมื่อเศรษฐกิจโลกดีขึ้น ก็จะช่วยหนุนการส่งออกของไทยให้กลับมาขยายตัวได้มากขึ้น ขณะที่ภาครัฐก็ยังมีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากงบลงทุนบริหารจัดการน้ำระยะยาว วงเงิน 3.5 แสนล้านบาทอยู่สะท้อนจากการจัดทำนโยบายที่คาดว่าจะขาดดุลต่อเนื่อง เพราะวงเงินงบประมาณในการบริหารจัดการน้ำระยะเร่งด่วน 1.7 แสนล้านบาทจะใช้ในช่วงปี 2555-2556 และยังมีเงินลงทุนในการบริหารจัดการน้ำระยะยาวอีก 3.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะใช้ในปี 2555-2557 อีก

นอกจากนี้ ธปท.ยังได้ปรับลดประมาณการการเติบโตในปี 2554 ลง จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 4.1% ลดลงเหลือ 1% เพราะผลกระทบจากน้ำท่วมขยายวงกว้างและกระทบการผลิตในภาคอุตสาหกรรมสำคัญมากกว่าที่คาดไว้ โดยผลกระทบจากน้ำท่วมที่ลดลง 3.1% ของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 3.4 แสนล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าผลกระทบจากซับไพรม์เมื่อปลายปี 2552และซึนามิในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับ ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในการประเมินเศรษฐกิจรอบนี้ คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มลดลง แต่ยังไม่ถือว่าเข้าสู่ภาวะถดถอย จากปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่ยืดเยื้อจนทำให้เศรษฐกิจยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่งผลให้เศรษบกิจคู้ค้าสำคัญของไทยชะลอการส่งออกลดลง และภาวะน้ำท่วมที่กระทบเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมากระทบมากกว่าคาด

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน