
กสิกรห่วงธุรกิจ อัตรากำไรคงที่
กสิกรไทยห่วงอัตราการทำกำไรธุรกิจขนาดใหญ่คงที่ในรอบ 10 ปี ไม่เร่งปรับตัว เพิ่มมูลค่าแพ้มาเลเซียอินโดนีเซีย
กสิกรไทยห่วงอัตราการทำกำไรธุรกิจขนาดใหญ่คงที่ในรอบ 10 ปี ไม่เร่งปรับตัว เพิ่มมูลค่าแพ้มาเลเซียอินโดนีเซีย
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมาบริษัทขนาดใหญ่มีความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับคงที่ประมาณ 12-13% และอาจมีแนวโน้มที่ลดลง เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจและปัจจัยภายในของแต่ละองค์กร ซึ่งถือว่าน่ากลัวหากไม่มีการลงทุนเพื่อพัฒนาสินค้า และบริการให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น จะถูกประเทศอื่นในภูมิภาคแซงหน้า
“ถ้าเราละเลยการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันก็จะเหมือนปี 2551 ที่เราแพ้มาเลเซียและอินโดนีเซีย ความเสี่ยงก็จะสะท้อนมายังกำไรที่เริ่มลดลงในทุกอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ กลุ่มเกษตร และฮาร์ดแวร์” นายวศิน กล่าว
นายวศิน กล่าวว่า แม้แต่ละปีบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะประกาศว่ามีกำไร แต่ก็เป็นการทำกำไรบนฐานมูลค่าการค้าที่เพิ่มขึ้น เพราะแต่ละปีต้องผลิตเพิ่ม จึงเท่ากับกำไรอยู่ในอัตราคงที่และอาจลดลง จึงน่าเป็นห่วงหากผู้ประกอบการไทยไม่ปรับตัว เนื่องจากจะมีการเปิดเสรีการค้าอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันกันสูงขึ้น
จากการศึกษาความสามารถทางการเงินของธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยพบว่า ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งอยู่ ความสามารถในการบริหารทางด้านผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ในสัดส่วนที่ดีขึ้นจาก 3% เป็น 7% ขณะที่ประสิทธิภาพในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของกิจการก็ปรับตัวดีขึ้นมากสะท้อนจากจำนวนวันของการหมุนเวียนลดลงจาก 5 เดือน เหลือ 1.5 เดือน สัดส่วนรายได้หลังค่าใช้จ่ายต่อภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นจาก 8% เป็น 18%







