posttoday
‘ปราโมทย์’บี้รัฐบาลยอมรับปีนี้ท่วมแน่

‘ปราโมทย์’บี้รัฐบาลยอมรับปีนี้ท่วมแน่

28 มกราคม 2555

แผนรับมือน้ำทำไม่ทันตามที่ของบไว้/เตือนอีก3ปีถึงปี’57ก็ยังเอาไม่อยู่/ยันอยู่ช่วยกยน.

แผนรับมือน้ำทำไม่ทันตามที่ของบไว้/เตือนอีก3ปีถึงปี’57ก็ยังเอาไม่อยู่/ยันอยู่ช่วยกยน.

ปราโมทย์ ฟันธงรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วมปี 2555 ไม่ทัน ระบุให้ยิ่งลักษณ์ ยอมรับความจริงอีก 3 ปีถึงปี 2557 ก็แก้ปัญหาน้ำไม่ได้

นายปราโมทย์ ไม้กลัด กรรมการคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) เปิดเผยว่า จะไม่ลาออกจาก กยน.แม้ว่ามีความเห็นไม่ตรงกันในหลายเรื่องกับรัฐบาล ซึ่งเรื่องน้ำเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ซึ่งตนเองเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเก็บมาทะเลาะเบาะแว้งกันคงไม่ได้ จะอยู่เป็นกรรมการต่อไปเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมปี 2555 ซึ่งรัฐบาลต้องยอมรับได้แล้ว โครงการระยะเร่งด่วนเพื่อป้องกันน้ำท่วม ทำไม่ทันแน่ เช่น การขุดคลอง ลอกคลองทั้งหมด เพื่อให้น้ำไหลลงทะเลสะดวก

“ผมขอให้รัฐบาลออกมายอมรับความจริงว่าปี 2555 ปี 2556 ปี 2557 ยังไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเบ็ดเสร็จหรือป้องกันน้ำท่วมได้ เพราะโครงการต่างๆ ไม่สามารถทำได้ทันทั้งหมดตามที่แผนของบประมาณไว้ รัฐบาลต้องตั้งศูนย์บริหารจัดการวิฤกตรับมือน้ำท่วมได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ ให้ข้อมูลถูกต้อง เตือนภัยประชาชนก่อนฤดูน้ำจะมา จะช่วยให้ประชาชนเสียหายน้อยลงได้ และตั้งรับได้ดีกว่ามาตั้งศูนย์ ศปภ.หรือศูนย์เลอะเทอะ ขึ้นในช่วงที่วิกฤตมาแล้ว ซึ่งรัฐบาลและ กยน.มีแต่จะหาทางผันน้ำ ถามว่าจะผันไปทางไหนเพราะน้ำท่วมพื้นที่เต็มไปหมด” นายปราโมทย์ กล่าว

ที่ผ่านมา การผันน้ำในปี 2554 ทำไม่ได้ผล เพราะน้ำหลากมาเต็มทุกช่องทาง ต้องคิดหาวิธีรับมือ อย่าโยนความผิดให้เขื่อน และไม่ควรให้เขื่อนปล่อยน้ำมากเกิน เพราะพื้นที่เกษตรมีเกิน 10 ล้านไร่ และยังมีพื้นที่ปลูกนอกเขตชลประทานอีกจำนวนมาก ต้องจัดสรรให้เพียงพอ ต้องมองประเด็นด้วยว่า น้ำฝนที่ตกในพื้นที่ท้ายเขื่อนสร้างปัญหาให้เกิดอุทกภัยในภาคกลางด้วยเช่นกัน

นายปราโมทย์ กล่าวว่า ทราบว่ารัฐบาลจะจัดทัวร์ไปดูพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เสียดายงบประมาณไปดูตอนนี้จะเห็นแต่ดิน แม่น้ำยมเดินข้ามได้ ทุ่งบางระกำมีแต่ข้าว ถามว่าจะได้ความคิดในการแก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จหรือไม่ หรือไปเพื่อหวังผลจิตวิทยาเท่านั้น

ด้านนายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรฯ แถลงภายหลังประชุมผู้บริหารระดับสูงถึงการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำในเขื่อนทั่วประเทศและจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศประจำปี 2555 ว่า กรมชลประทานได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำในเขื่อนเกือบเสร็จทั้งหมดแล้ว เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (กยน.) วันที่ 23 ก.พ. โดยส่วนของเขื่อนหลักที่มีผลต่อพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา จะใช้เกณฑ์เก็บน้ำไม่เกิน 50% ของความจุเขื่อน

สำหรับ บริหารจัดการน้ำทั้งหมดนั้น กำหนดให้ ณ วันที่ 1 พ.ค. 55 ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล จะอยู่ที่ 6,550 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม.) 49% ของความจุอ่าง เขื่อนสิริกิติ์ ปริมาณน้ำ 4,258 ล้านลบ.ม. 45% ของความจุ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 350 ล้านลบ.ม. 37% เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 300 ล้านลบ.ม. 38% ซึ่งแผนดังกล่าวใช้เกณฑ์สถิติฝน 30 ปี

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในปี 2555 ณ วันที่ 27 ม.ค.2555 ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณรวมกันทั้งหมด 60,189 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 81% ของปริมาณน้ำในอ่างฯรวมกันทั้งหมด ซึ่งเป็นน้ำใช้การได้ 36,359 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 49% หากเปรียบเทียบในเวลาเดียวกัน จะพบว่าปริมาณน้ำในปี 2555 มากกว่าปี 2554 จำนวน 9,928 ล้านลบ.ม.

นอกจากนั้นกระทรวงเกษตรฯ จะจัดทำแผนบริหารในจัดการน้ำไว้เป็นแผนปฏิบัติการเป็นกรณีต่างๆ แบ่งเป็น 5 กรณี คือ 1. ปีฝนตกเฉลี่ย 2. ปีน้ำมาก 3. ปีน้ำน้อย 4.เกณฑ์น้ำ ปี 2552 และ 5.เกณฑ์น้ำปี 2554 นำมาเป็นแบบจำลองสำหรับ 33 เขื่อนใหญ่ทั่วประเทศ ซึ่งจะแล้วเสร็จกลางเดือน ก.พ.นี้ และทั้งประเทศจะเสร็จสิ้นเดือนเม.ย. เพื่อให้คณะกรรมการบริหารน้ำแบบร่วมศูนย์ใช้เป็นเกณฑ์การบริหารน้ำ อย่างไรก็ตามเกณฑ์ที่ว่างไว้นั้นจะมีการผันแปรตามปัจจัยอื่นๆ

“ตัวเลขปริมาณน้ำ ที่ใช้มาเป็นเกณฑ์ในการบริหารนั้น ได้ใช้การบริหารโดยใช้การป้องกันอุทกภัยเข้าไปด้วย จากเดิมที่เกณฑ์บริหารจะเน้นเรื่องการทำการเกษตรเท่านั้น ซึ่งตัวเลขน้ำที่จะเหลือ ณ วันที่ 1 พ.ค. 2555 ที่ประมาณ 6,550 ล้านลบ.ม.นั้น หากมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนมากเท่ากับปริมาณที่เกิดขึ้นในปี 2554 ในช่วงเวลาเดียวกัน น้ำก็จะไม่เต็มเขื่อนหรือล้นเขื่อนจนเป็นเหตุอุทกภัย อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำที่ตั้งไว้ จะครอบคลุมดูแลปัญหาภัยแล้งไว้แล้ว “ นายธีระกล่าว

สำหรับการบริหารน้ำในเขื่อนขณะนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) จะปล่อยน้ำวันละประมาณ 60 ล้านลบ.ม. ซึ่งเป็นปริมาณที่จะไม่ล้นตลิ่งและเป็นไปตามแผนการส่งเสริมการปลูกพืชในฤดูแล้งของกระทรวงเกษตรฯ ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพล ณ วันที่ 27 ม.ค. อยู่ที่ 11,447 ล้าน ลบ.ม.หรือ 85% เขื่อนสิริกิติ์ 7,928 ล้าน ลบ.ม.หรือ 83% เขื่อนแควน้อย 543 ล้านลบ.ม.หรือ 58 % เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 625 ล้านลบ.ม.หรือ 80%******เกษตรฯ วางแผนบริหารน้ำ ป้องกันน้ำท่วม ตั้งเกณฑ์ระดับกักเก็บ 2 เขื่อนยักษ์ ไม่เกิน 50% ของความจุเขื่อน

&<2288;


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน