
เร่งแผนรับแล้งปี’53
โพสต์ทูเดย์ — กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าทำแผนรับมือภัยพิบัติ เร่งจัดสรรน้ำควบคู่กับปฏิบัติการฝนหลวง รับมือภัยแล้ง
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยธรรมชาติได้จัดทำแผนเตรียมรับสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ปีงบประมาณ 2553 ควบคู่ไปกับแผนปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาภัยแล้งปีนี้
ทั้งนี้ มาตรการป้องกันและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดจากภัยแล้ง ประกอบด้วย ผนการจัดสรรน้ำ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 255230 เม.ย. 2553 จำนวน 20,720 ล้านลบ.ม. เพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง และกิจกรรมการใช้น้ำต่างๆ
แผนการปฏิบัติการฝนหลวง ซึ่งจะจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการประจำภาคจำนวน 5 ศูนย์ 7 หน่วย คือ จ.เชียงใหม่ พิษณุโลก ภาคกลาง จ.นครสวรรค์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น นครราชสีมา ภาคตะวันออก จ.ระยอง และภาคใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
นอกจากนี้ยังมีแผนการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2552/2553 จำนวน 12.28 ล้านไร่ แยกเป็นข้าวนาปรัง 9.50 ล้านไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 7.50 ล้านไร่ และพื้นที่นอกเขตชลประทาน 2.00 ล้านไร่ พืชไร่ พืชผัก 2.78 ล้านไร่ เป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน 0.78 ล้านไร่ ละพื้นที่นอกเขตชลประทาน 2 ล้านไร่
สำหรับสถานการณ์น้ำขณะนี้พบว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งหมดรวม 4.7 หมื่นล้าน ลบ.ม. หรือ 65% ของความจุอ่างเก็บน้ำ โดยปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6,667 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็น 50% ของความจุอ่างเก็บน้ำ ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมาอยู่จำนวน 961 ล้านลบ.ม.
ด้านเขื่อนสิริกิติ์ปัจจุบันมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ 4,478 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 47% ของความจุอ่างเก็บน้ำ เมื่อเทียบกับปี 2552 มีปริมาณน้ำน้อยกว่าอยู่จำนวน 2,035 ล้าน ลบ.ม. ทั้งนี้อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในเกณฑ์น้ำน้อยกว่า 30% ของความจุอ่างมีจำนวน 2 อ่าง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำแม่กวง และอ่างเก็บน้ำทับเสลา
ขณะที่แผนการจัดสรรน้ำในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาใช้น้ำไปแล้ว 6,393 ล้าน ลบ.ม. หรือ 80% ของแผนจัดสรรน้ำทั้งหมดในลุ่มน้ำเจ้าพระยา คงเหลือปริมาณน้ำที่สามารถจะนำมาใช้ได้ตามแผนการจัดสรรน้ำประมาณ 1,607 ล้าน ลบ.ม.







