posttoday
เปิดโพย5หุ้นดันผลงานกองทุน

เปิดโพย5หุ้นดันผลงานกองทุน

27 มกราคม 2555

มอร์นิ่งสตาร์ชี้เทรดถี่กำไรตกยก‘เอ็มเอฟซีอิสลามิก’เจ๋งจริง

มอร์นิ่งสตาร์ชี้เทรดถี่กำไรตกยก‘เอ็มเอฟซีอิสลามิก’เจ๋งจริง

มอร์นิ่งสตาร์ เปิดโพยกองทุนยอดเยี่ยมปี 2554 ถือหุ้น CPALLBBLPTTADVANCROBINS สมาคมหวั่นรัฐยกเลิกสิทธิภาษีกอง LTF ก่อนกำหนด

นายพีร์ ยงวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลกองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในปี 2554 พบว่า หุ้นที่กองทุนให้น้ำหนักลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) โดยลงทุน 8.92% ธนาคารกรุงเทพ (BBL) 8.82% บริษัท ปตท. (PTT) 6.17% บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) 6.10% และบริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน (ROBINS) 5.47%

มอร์นิ่งสตาร์ ยังพบว่า กองทุนที่มีผลตอบแทนดีลงทุนหุ้นในกลุ่มธนาคาร 29.5% สินค้าอุปโภคบริโภค 21% และสื่อสาร 10.5%

“ปี 2554 กองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีเป็นกองทุนที่มีนโยบายลงทุนระยะยาวในหุ้นขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นปี 2554 จึงเป็นปีที่ดีของกองทุนที่ไม่ได้มีนโยบายซื้อขายบ่อยๆ ซึ่งต่างจากปี 2552-2553 ที่กองทุนหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีจะเป็นกองทุนที่เน้นซื้อขายทำกำไรบ่อยๆ ในต่างประเทศ พบว่ากองทุนที่มีการซื้อขายทำกำไรบ่อยๆ มักจะไม่ประสบความสำเร็จ” นายพีร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม กองทุนหุ้นที่มีผลตอบแทนสูงสุดในปี 2554 ได้แก่ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี อิสลามิก หุ้นระยะยาว ผลตอบแทน 17.79% โดยมีอัตราส่วนหมุนเวียน (Turnover Ratio) 974.49% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้จัดการกองทุนมีการซื้อขายหุ้นถึง 9 เท่าของขนาดกองทุน และเรียกเก็บค่าใช้จ่าย 2.72% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ในขณะที่อัตราเฉลี่ยของกองทุนหุ้นอยู่ที่ 1.71%

“กองทุนที่มีการซื้อขายทำกำไรบ่อย ก็จะยิ่งเสียค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นมากขึ้น แต่อันดับ 1 ของปีนี้ มีอัตราส่วนหมุนเวียนสูง แสดงว่าฝีมือดีจริงๆ แต่ถ้าเรียกเก็บค่าใช้จ่ายน้อยลงอาจจะทำให้ได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น” นายพีร์ กล่าว

นายสถาปนะ เลี้ยวประไพ เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สมาคมบริษัทจัดการลงทุน กล่าวว่า ถ้ากองทุนมีการซื้อขายบ่อยและคิดค่าธรรมเนียมสูง แต่ได้ผลตอบแทนที่ดีก็ถือว่ายอมรับได้ เพราะฉะนั้นนักลงทุนต้องพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ก่อนตัดสินใจลงทุน

นอกจากนี้ นายสถาปนะยังกล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมกองทุนรวมในปี 2554 ว่า มีอัตราการเติบโต 2.48% โดยกองทุนที่มีการเติบโตอย่างมาก คือ กองทุนคุ้มครองเงินต้น ซึ่งเพิ่มขึ้น 343% จากปี 2553 ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความกังวลต่อความผันผวนของภาวะการลงทุนมากขึ้น ขณะที่กองทุนหุ้นส่วนใหญ่ยังเติบโตจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)

“ก่อนหน้านี้ มีข่าวว่ากระทรวงการคลังมีแนวคิดที่จะยกเลิกการให้สิทธิประโยชน์ภาษี LTF ก่อนครบกำหนดในปี 2559 ซึ่งหากมีการยกเลิกจริง กลัวว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของกองทุนหุ้น เพราะการให้สิทธิทางภาษีถือเป็นการจูงใจให้นักลงทุนที่ไม่เคยลงทุนเข้ามาลงทุนและเป็นการลงทุนระยะยาว” นายสถาปนะ กล่าว  

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน