
ดัชนีผลผลิตอุตฯเดือนธ.ค.ติดลบ 25.8%
สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ติดลบ 25.8% การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 52.3% ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศยังติดลบต่อเนื่อง
สศอ.เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนธ.ค.ติดลบ 25.8% การใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 52.3% ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศยังติดลบต่อเนื่อง
นายอภิวัฒน์ อสมาภรณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) เดือนธ.ค. 2554 อยู่ที่ระดับ 139.78 ติดลบ 25.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ผู้ผลิตต้องหยุดการผลิต ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 52.3% แต่ในเดือนนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดี เพราะเอ็มพีไอติดลบน้อยลง จากในเดือนพ.ย.ค่าดัชนีติดลบ 47% และอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 40.5% โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ทำให้ค่าดัชนีติดลบ ได้แก่ ยานยนต์ ฮาร์ดดิสก์ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น
ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเครื่องปรับอากาศ การผลิตและจำหน่าย ลดลง 45.8% และ 52.2% ตามลำดับ เนื่องจากวิกฤตน้ำท่วมทำให้ซัพพลายเชน ไม่สามารถขนส่งชิ้นส่วนในการผลิตได้ เนื่องจากโรงงานหลายแห่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ขณะที่สภาพอากาศแปรปรวนไปทั่วโลกส่งผลต่อคำสั่งซื้อที่ลดลงด้วยเช่นกัน เนื่องจากฤดูร้อนในบางประเทศที่เป็นผู้นำเข้าสำคัญสั้นลง ทำให้ความต้องการใช้เครื่องปรับอากาศลดลงตามไปด้วย
ขณะที่อุตสาหกรรมรถยนต์ การผลิตลดลง 30.4% และจำหน่ายลดลง 30.9% เนื่องจากผู้ผลิตชิ้นส่วนไม่สามารถส่งชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ได้ เนื่องจากเหตุการณ์น้ำท่วม
อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ การผลิตลดลง 55.7% จำหน่ายลดลง 60.5% เพราะนิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำท่วมเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศได้รับความเสียหายมาก จึงส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตและจำหน่าย ซึ่งปกติช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะเป็นช่วงเร่งการผลิตเพื่อให้สามารถปิดยอดบัญชีตามที่ตั้งเป้าไว้ การผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตและจำหน่าย ลดลง 55.9% และ 58.6% ตามลำดับ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมโรงงานผลิตในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มีบางอุตสาหกรรมที่ค่าดัชนีเพิ่มขึ้น เช่น น้ำดื่มบรรจุขวด การผลิตเพิ่มขึ้น 12.9% และจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13.6% เพราะความต้องการของผู้บริโภคมีสูงขึ้นหลังภาวะน้ำลดที่ต้องการดื่มน้ำสะอาดผ่านกระบวนการผลิตที่ทันสมัยเพิ่มมากขึ้น
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ การผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้น 1.3% และ 4.9% ตามลำดับ เป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้น เพื่อใช้ในการซ่อมแซมบ้านเรือนหลังน้ำลด และคาดว่าจะมียอดการผลิตและจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกหลายเดือน







