
บอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์เร่งแก้หนี้เสีย จัดกลุ่มหนี้ใหม่เพื่อให้เอ็นพีแอลลด
ผู้บริหารเอสเอ็มอีแบงก์ ลุยสางหนี้เน่าด่วน
ผู้บริหารเอสเอ็มอีแบงก์ ลุยสางหนี้เน่าด่วน
นายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการเอสเอ็มอีแบงก์ที่มีนายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ เป็นประธาน ว่าที่ประชุมหารือถึงปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารที่มีระดับถึง 17% ถือเป็นปัญหาใหญ่ของเอสเอ็มอีแบงก์ในขณะนี้
ขณะนี้คณะกรรมการบริหารกำลังเข้าไปจัดระบบเอ็นพีแอลและระบบการปล่อยสินเชื่อใหม่ โดยจะแบ่งกลุ่มการปล่อยสินเชื่อเป็นสำหรับวงเงินกู้ในระดับ 50-100 ล้านบาท เป็นรายคลัสเตอร์ อาทิ ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม เพื่อที่จะได้อบรมพนักงานสินเชื่อให้มีความชำนาญ จากปัจจุบันการปล่อยสินเชื่อแบ่งกลุ่มตามภาคเท่านั้น โดยในเรื่องของคลัสเตอร์นั้นจะต้องหารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมด้วยว่าจะจัดหมวดหมู่อย่างไร
สำหรับหนี้เก่าก็ต้องมาพิจารณาเป็นรายๆ ถึงความสามารถในการผ่อนชำระและความสามารถในการดำเนินธุรกิจ หากรายได้ยังพอไปได้จะต้องมีการปรับโครงสร้างหนี้ หากไม่ไหวและต้องการหยุดชำระหนี้ ธนาคารต้องรีบเข้าไปดูในเรื่องหลักทรัพย์ที่นำมาค้ำประกันและรีบนำออกมาขายทอดตลาดชำระหนี้เพื่อลดภาระเอ็นพีแอลลง หากธนาคารเข้าไปเร็วจะลดความสูญเสียจากเอ็นพีแอลได้มาก โดยตั้งเป้าหมายจะลดเอ็นพีแอลให้เหลือ 12% ในระยะแรก และในระยะยาวจะให้เหลือเพียง 4-5% เท่านั้น
นอกจากนี้ จะเข้าไปดูว่าจะทำให้ธนาคารมีกำไรในอัตราที่เหมาะสมอย่างไร จากขณะนี้ส่วนต่างระหว่างต้นทุนดอกเบี้ยกับดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคาร (สเปรด) เหลืออยู่เพียง 1% มีแนวโน้มจะต่ำลงเรื่อย ในขณะนี้ที่ธนาคารทั่วไปมีสเปรดที่ 3% ซึ่งเกิดจากเอสเอ็มอีแบงก์มีการกำหนดอัตราสินเชื่อคง (ฟิกซ์) ที่ไว้กว่า 50% ของจำนวนสินเชื่อทั้งหมด แต่ต้นทุนเงินที่นำมาให้กู้นั้นไม่ได้ฟิกซ์ไว้ พร้อมกันนี้ต้องหารือว่ารัฐบาลจะเพิ่มทุนให้เอสเอ็มอีแบงก์เท่าใด หรืออาจจะหาแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำมาให้เอสเอ็มอีแบงก์ปล่อยกู้
“งานทั้งหมดที่กล่าวมานี้ จริงๆ แล้วต้องเป็นหน้าที่ของผู้บริหารของธนาคารต้องดำเนินการ แต่นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง ที่กำลังดูแลเอสเอ็มอีแบงก์อยากให้รีบแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอล ดังนั้นคณะกรรมการบริหารจึงจะเข้าไปดูเอง” นายพิชัย กล่าว
สำหรับหนี้เสียของเอสเอ็มอีแบงก์นั้น เป็นหนี้เสียที่เกิดขึ้นมาหลายสมัย ก่อนที่นายโสฬส สาครวิศว จะเข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการ







