
ไฟแนนซ์ทูเดย์
...ต้นกล้า
“
อย่าชะล่าใจ ปัญหาใหญ่ๆ เราต้องรู้จักเงี่ยหูฟัง”26
ก.พ. ที่ผ่านมา ถือเป็นวันหยุดกิจกรรมของคนไทย เพราะทุกคนใจจดใจจ่อกับคำพิพากษาคดีพลิกประวัติศาสตร์ประเทศไทยตั้งแต่บ่ายยันค่ำทุกคนใจจดใจจ่อลุ้นกันว่าจะ
“ยึดทรัพย์คืนบางส่วนไม่ยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี”เย็นวันนั้น นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ประธานกรรมการธนาคารเอสเอ็มอี ยกคณะกรรมการและผู้บริหารเอสเอ็มอีแบงก์ชุดใหญ่ไปประชุมนอกสถานที่ ณ หัวหิน ถิ่นมีหอย
ขณะแวะพักรับประทานอาหารค่ำที่ร้านชื่อดัง
“ปากคลองหรือชายคลอง” อะไรเทือกนี้แหละ แถวๆ ชะอำ อยู่อย่างสำราญใจนั่นเองช่วงใกล้ๆ ค่ำคณะของ กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง พร้อมคุณนายเจวรกร คนในครอบครัว และทีมที่ปรึกษา สส. ก็จอดพรืด
“แวะเติมอาหารใส่ท้องเช่นกัน”ปะกันอย่างคิดม่ายถึง ทักทายกันเสร็จสรรพก็แยกโต๊ะรับประทานอาหาร
ห้วงดังกล่าวศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำลังอ่านคำตัดสินในจุดไคลแมกซ์ ว่า ร่ำรวยผิดปกติหมายถึงอะไร จะเอาอะไรมาเป็นเส้นแบ่งในการพิจารณา
กรณ์กินไปก็เงี่ยหูฟังด้วยความสนใจ แต่เสียงในร้านดูจะดัง จึงขยับกายไปนั่งใกล้ทีวีฟังจนจบ... กระจ่างแจ้งในใจ
แต่ น้อยพงษ์ภาณุ และคณะก็อาจดูเบาไปหน่อย หรือม่ายคนบนโต๊ะก็พูดกันมากกว่าฟัง
พอศาลพิจารณาเสร็จสรรพ
“น้อย” เช็กบิลลา ก่อนเดินไปถาม รมว.คลังร่างโย่ง กรณ์ว่า ผลการตัดสินเป็นอย่างไร...ปรี๊ด...โดนเข้าอย่างจัง...งานเข้าแล้วนายน้อยเอ๋ย...
เรื่องสำคัญของประเทศลำพังไม่ฟังแล้วไม่เป็นไร ยังมาถามผู้บังคับบัญชาอีก ปัดเหนี่ยวเลย...
รักดอกจึงบอกถึงสัญญาณว่า งานเข้าๆๆๆ







