
ไอโมบายเปลี่ยนทิศชะลอขายเฮ้าส์แบรนด์
ไอโมบายเปลี่ยนทิศ ชะลอตลาดเฮ้าส์แบรนด์ เน้นขายเอ็มวีเอ็นโอ-ผลิตคอนเทนต์ รับ 3 จี หวังรายได้ 2,000ล้านบาท
ไอโมบายเปลี่ยนทิศ ชะลอตลาดเฮ้าส์แบรนด์ เน้นขายเอ็มวีเอ็นโอ-ผลิตคอนเทนต์ รับ 3 จี หวังรายได้ 2,000ล้านบาท
นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจของสามารถ ไอโมบายในปีนี้ จะให้ความสำคัญน้อยลงในส่วนของการขายโทรศัพท์เฮ้าส์แบรนด์ไอโมบาย โดยมุ่งทำตลาดเฉพาะกลุ่มที่เน้นโทรศัพท์มือถือราคาถูกแต่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ซึ่งเป็นตลาดเฉพาะเท่านั้น แล้วหันไปให้ความสำคัญกับการทำตลาดให้กับโครงข่าย 3 จีในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ และการผลิตบริการเนื้อหาข้อมูล หรือ คอนเทนต์เป็นหลักมากกว่า
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาตลาดเฮ้าส์แบรนด์เริ่มเติบโตและได้รับความนิยมน้อยลง โดยปีนี้จะมียอดขายเท่าเดิม คือ ประมาณ 3 ล้านเครื่อง จากการที่กระแสการใช้งานสมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์อย่างไอโฟน และ แบล็กเบอรี่ หรือ บีบี มาแรง ซึ่งแม้ไอโมบายจะเจาะตลาดคนละกลุ่ม แต่การขายเครื่องก็ให้ความคุ้มค่าน้อยกว่าเอ็มวีเอ็นโอ หรือ การผลิตคอนเทนต์ ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างมากในปีนี้
สาเหตุที่ตลาดคอนเทนต์เติบโตอย่างมากนั้น มาจากการที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกรายต่างหันมาพัฒนาโครงข่ายสู่ 3 จี ทำให้การบริโภคคอนเทนต์ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ประกอบกับการที่ไอโมบายทำตลาดในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอ 3 จีเอง จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ไอโมบายไม่ต้องแบ่งรายได้ให้กับผู้ให้บริการมือถือ และมีรายได้เพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องหัก 50% ส่งผลให้รายได้เหลือเพียง 1,000 ล้านบาทเท่านั้น
ในส่วนของเอ็มวีเอ็นโอนั้น ไอโมบายพร้อมทำตลาดให้กับเฟสแรก 5,400 สถานีที่จะเสร็จพร้อมให้บริการเบื้องต้นวันที่ 24 ก.พ.นี้ 1,500-3,000 สถานีฐาน รวมทั้งเฟสต่อไปอีก1 หมื่นสถานีฐานเช่นกัน ตั้งเป้ามีลูกค้าเอ็มวีเอ็นโอ 1 ล้านราย จากปัจจุบันที่มีอยู่ 2 แสนราย ซึ่ง 3 จีจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยดันรายได้ของกลุ่มสามารถในปีนี้เพิ่มเป็น 2.75 หมื่นล้านบาทหรือเติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมา 25%
นอกจากเอ็มวีเอ็นโอกับคอนเทนต์แล้ว ยังจะขยายบริการไอซีที โซลูชั่น ของสามารถ เทเลคอม ไปยังตลาดภาครัฐเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ซึ่งในปีนี้จะมีโครงการให้เข้าร่วมประมูลสูงถึง 4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่กลุ่มสามารถประมูลได้ 2 หมื่นล้านบาท ตั้งเป้ารายได้จากสามารถ เทเลคอม ปีนี้ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท
เช่นเดียวกับธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ที่เติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ 500 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 1,000 ล้านบาทในปีนี้ รวมทั้งจะเป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้รวมกลุ่มสามารถในปี 2556 เติบโตเป็น 3 หมื่นล้านบาท







