
อิตัลไทยฯหา8.5พันล.เหรียญ
รอยักษ์เอเชียร่วมพัฒนาพม่า ‘สมเจตน์’ฟุ้งมั่นใจหาไม่ยาก
รอยักษ์เอเชียร่วมพัฒนาพม่า ‘สมเจตน์’ฟุ้งมั่นใจหาไม่ยาก
ทวาย ดีเวลอปเมนท์ฯ ลุ้นนักลงทุนต่างชาติร่วมลงทุนพัฒนาโครงการพื้นฐานในพม่าอีก 8,500 ล้านเหรียญ
นายสมเจตน์ ทิณพงษ์ ผู้อำนวยการและการจัดการ บริษัท ทวาย ดีเวลอปเมนท์ คอร์เปอเรชัน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์สว่า บริษัทจะหาเงินทุนเพิ่มอีก 8,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในประเทศพม่า เฟสแรก ซึ่งบริษัทคาดว่ากลุ่มนักลงทุนที่จะเข้ามาก็น่าจะมาจากเอเชียตะวันออกอย่าง จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
แม้ว่าจะมีความมั่นใจว่าจะสามารถหาผู้ร่วมทุนได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วการหาผู้สนใจมาร่วมทุนนั้นทำได้ยาก เพราะต้องยอมรับว่า พม่านั้นมีโครงสร้างพื้นฐานในระดับที่ไม่ดีนัก อีกทั้ง การขอวีซ่าเพื่อเข้าออกประเทศก็ทำได้ลำบาก รวมทั้งค่าเงินของพม่ายังไม่มีเสถียรภาพ พม่ายังต้องเร่งปฏิรูปด้านการเงินด่วน เพราะระบบแลกเปลี่ยนเงินตราของพม่านั้นไม่มีเสถียรภาพอย่างมาก
นายสมเจตน์ กล่าวว่า สำหรับแผนการก่อสร้างในขั้นแรกที่เข้าไปลงทุนนั้น บริษัทได้มุ่งเน้นไปที่การก่อสร้าง ถนน ระบบคมนาคมและการสื่อสาร รวมถึงท่าเรือ ซึ่งคาดว่าทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นจะเสร็จสมบูรณ์ได้ภายใน 3 ปีครึ่ง จะทำให้เกิดเส้นทางการขนส่งสินค้าเส้นทางใหม่ที่จะเชื่อมประเทศจากฟากตะวันออกกลางและแอฟริกา ให้เข้าสู่กรุงเทพมหานครและเมืองอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งประหยัดต้นทุนและเวลากว่าการส่งผ่านสินค้าโดยใช้เส้นทางเดิมที่ผ่านช่องแคบมะละกา
สำหรับโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังไฟ 4,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถูกรัฐบาลพม่าสั่งให้ยุติเพราะเกรงว่าจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น ทางบริษัทเองก็ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนในตอนนี้ว่าจะหาพลังงานตัวไหนเข้ามาทดแทน แต่ภายในอีก 3 เดือนน่าจะสรุปได้ ซึ่งบริษัทต้องรอคำตอบจากบริษัท ราชบุรี อิเล็คทริก เจเนอเรติง โฮลดิง ที่เป็นพันธมิตรในด้านพลังงานให้กับโครงการก่อน แต่คาดว่าพลังงานที่จะนำมาใช้แทนนั้นน่าจะเป็นการใช้ก๊าซธรรมชาติโดยจะสร้างท่อลำเลียงมาจากแหล่งพลังงานที่อยู่ห่างจากโครงการก่อสร้างประมาณ 50 กม.
นอกจากนี้ นายสมเจตน์ ยังกล่าวกับรอยเตอร์สอีกว่า แม้ปัจจุบันพม่าจะมีพัฒนาการการเปิดเสรีไปในทางที่ดีต่อต่างชาติมากขึ้น แต่ก็มีบางอย่างเช่นกันที่ยังถือว่าเป็นอุปสรรคขัดขวาง จนทำให้นักลงทุนไม่อยากเข้ามาที่นี่ คือความปัญหาทางการเมือง เช่น แผนการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างไทยกับพม่าระยะทาง 250 กม.ของบริษัทที่เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว แต่ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับประเทศไทยได้ เพราะไทยกับพม่ามีปัญหาในด้านการปักปันเขตแดนอยู่ ทำให้เปิดใช้ไม่ได้







