
แต๊ะเอียก้อนใหญ่ๆเอาไปใช้ไห้งอกงาม
ตามธรรมเนียมจีนแล้วก็คงต้องทักทายกันก่อนว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้...
ตามธรรมเนียมจีนแล้วก็คงต้องทักทายกันก่อนว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้...
ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่ และถ้าเป็นลูกหลานจีนก็ต้องแสดงความยินดี เพราะเทศกาลตรุษจีนแบบนี้ก็มักจะได้รับ “อั่งเปา” ซองแดงๆ ที่ข้างในน่าจะอัดแน่นไปด้วย “แต๊ะเอีย” ก้อนโต
ไม่ว่าด้านในซองแดงจะเป็นเงินแค่หลักร้อย หลักพัน หรือหลักหมื่น (น่าอิจฉาจริงๆ) สิ่งที่ลูกหลานจีนมักจะทำกันก็คือ นำแต๊ะเอียไปใช้ซื้อของที่อยากได้ ไปฉลองให้สมกับที่ได้ขึ้นปีใหม่ แต่มีอีกจำนวนไม่น้อยที่ถือเคล็ดว่า เงินจำนวนนี้จะต้อง ออมไว้เป็น “ขวัญถุง” เพื่อให้เงินงอกเงย
และวิธีการออมให้เงินเล็กๆ น้อยๆ ให้งอกเงยมีอยู่หลายวิธี มีหลายแบบให้เลือก นอกเหนือจากการหยอดกระปุกที่ไม่ได้ช่วยให้เงินเติบโต
สะสมทองคำ...ล้ำค่า
ทองคำกับเทศกาลตรุษจีนดูเหมือนจะของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร แต่ตอนนี้หลายคนชักเริ่มหวั่นๆ กับการสะสมทองคำ เพราะราคาทองคำน้ำหนัก 1 บาท ไม่ใช่แค่หมื่นสองหมื่นบาท แต่เป็น 25,200 บาท (ราคาขายออกทองรูปพรรณ เมื่อเวลา 10.19 น. วันที่ 20 ม.ค. 2555) เพราะฉะนั้นคนที่ได้อั่งเปาซองแบนๆ หน่อย อาจจะไม่สามารถสะสมทองคำมูลค่าสูงขนาดนั้นได้
แต่ถ้าเป็นการสะสมทองคำที่ขนาดย่อมลงมาหน่อย เช่น การสะสม “เหรียญทองคำ” ที่มีน้ำหนักเริ่มต้นแค่ 1 สลึง ก็น่าจะพอ “เอาอยู่” หรือจะใช้แต๊ะเอียจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาท ไปเข้าร่วมโปรแกรมออมทองคำ โดย บริษัท ออสสิริส ก็น่าจะเป็นการเริ่มต้นสะสมทองคำที่ดี
เมื่อเข้าโปรแกรมออมทอง โดยซื้อเป็นประจำเดือนละอย่างน้อย 1,000 บาท ออสสิริส จะนำเงินจำนวนนี้ไปเฉลี่ยซื้อทองคำให้เราทุกวัน วันละเล็กวันละน้อย และเมื่อเราสะสมทองคำได้จำนวนมากพอแล้ว จะไปแลกเป็นเหรียญทองคำ หรือทองคำแท่งออกมาเก็บไว้ให้ชื่นใจก็ทำได้
สำหรับคนที่ไม่ได้อยากจะเก็บทองคำไว้กับตัว แต่ต้องการสะสมทองคำ ก็ยังมีการสะสมทองคำให้เลือกอีก 2 แบบ คือ กองทุนทองคำและกองทุนอีทีเอฟทองคำ
การซื้อ “กองทุนทองคำ” ก็เหมือนกับการซื้อทองคำ เพียงแต่ว่า แทนที่เราจะเดินไปซื้อที่ร้านทอง ก็เปลี่ยนมาซื้อจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) หลังจากนั้น บลจ.จะนำเงินของเรา ที่รวมกับเงินของคนอื่นๆ ไปซื้อทองคำโดยตรง หรือหน่วยลงทุนทองคำอีกทอดหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราในฐานะคนซื้อกองทุนจะมีฐานะเป็นเจ้าของ แต่ไม่ได้จับทองคำเท่านั้น
ในปัจจุบันมีกองทุนทองคำให้เลือกหลายกองทุน (เพราะ บลจ. แทบทุกแห่งจะมีกองทุนทองคำไว้คอยบริการนักลงทุน) และกองทุนทองคำส่วนใหญ่จะไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองคำแท่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แต่ข้อด้อยของกองทุนทองคำ คือ กว่าจะรู้ว่าราคาที่ซื้อ/ขาย หรือมูลค่าหน่วยลงทุน ก็ต้องรอเวลาอย่างน้อย 2 วัน เพราะฉะนั้นจึงไม่ทันใจนักลงทุนที่อยากจะ “ซื้อๆ ขายๆ” หรือ ทำกำไรระหว่างวัน
เพราะฉะนั้นอาจจะเปลี่ยนใจมาซื้อ “กองทุนอีทีเอฟทองคำ” แทน เพราะอีทีเอฟทองคำจะรู้ราคาซื้อขายแบบ Real time เพียงแต่ถ้าอยากจะซื้อหรือขายก็ต้องไปที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เพราะอีทีเอฟทองคำจะซื้อขายกันในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แบบเดียวกับการซื้อขายหุ้น
ปัจจุบันในตลาดหลักทรัพย์มี “อีทีเอฟทองคำ” อยู่ 4 กอง จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 4 แห่ง ที่มีทั้งความเหมือนและต่างกัน ทั้งลงทุนหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust ลงทุนทองคำต่างประเทศ ที่มีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 99.5% และลงทุนทองคำในประเทศ ที่มีความบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 96.5%
เมื่อเป็นการลงทุนในทองคำ ไม่ว่าจะลงทุนโดยตรง หรือลงทุนผ่านหน่วยลงทุน ไม่ว่าจะลงทุนทองคำในประเทศ หรือทองคำต่างประเทศ ราคาหน่วยลงทุนอีทีเอฟทองคำทั้ง 4 กองทุน มีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับราคาทองคำในตลาดโลก เพราะฉะนั้นจึงไม่ต่างจากการซื้อทองคำจริงๆ เพียงแต่ไม่ได้เห็น ไม่ได้จับทองคำเท่านั้นเอง
ซื้ออสังหาฯ... เก็บค่าเช่า
“เถ้าแก่” ตัวจริงต้องมีอสังหาริมทรัพย์ไว้ในครอบครอง เพราะฉะนั้นเถ้าแก่ตัวน้อยอย่างพวกเราน่าจะลองนำแต๊ะเอียที่ได้มาไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ชิ้นใหญ่ๆ มาไว้เก็บ “ค่าเช่า” เพราะอั่งเปาซองแบนๆ ของเราคงจะพอซื้อประตูหน้าต่างของตึกหรูๆ ได้บ้าง แต่ต้องเป็นการซื้อผ่านกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เพราะไม่ต้องใช้เงินเป็นล้านๆ ถึงจะมีสิทธิเป็นเจ้าของ
กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เป็นการรวมเงินของนักลงทุนไป “ซื้อ” หรือ “เช่า” อสังหาริมทรัพย์ชิ้นใหญ่ๆ (ที่เราแทบจะไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของ) แล้วก็ บลจ. จะนำอสังหาริมทรัพย์นั้นไปบริหารจัดการหรือหาคนมาบริหารจัดการ เพื่อหารายได้จากค่าเช่า เมื่อได้รายได้มาแล้วจะนำมาจ่ายเป็น “เงินปันผล” ให้กับนักลงทุน
ถ้าคิดจะซื้อก็สามารถซื้อได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง เพราะหลังจากเปิดขายครั้งแรกแล้ว กองทุนจะเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งในตอนนี้มีให้เลือกซื้อ 35 กองทุน มีทั้งที่ลงทุนในอาคารสำนักงาน ที่อยู่อาศัย โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ ศูนย์การค้า คลังสินค้า โรงงาน และสนามบิน
เพราะฉะนั้นชอบ หรืออยากจะลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบไหน ก็เลือกได้ตามความพอใจ แต่ต้องบอกกันก่อนว่า อสังหาริมทรัพย์แต่ละประเภทก็จะมีความเสี่ยงและผลตอบแทนที่แตกต่างกัน ดังนั้นว่าที่เถ้าแก่อย่างเราจะต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
นอกจากนี้ การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าจะซื้อง่ายขายคล่องกว่าการซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยตรง (เพราะสามารถนำมาปล่อยขายในตลาดหลักทรัพย์) แต่การลงทุนก็ยังต้องเป็นการลงทุนระยะยาว ที่หวังผลตอบแทนจากค่าเช่า หรือเงินปันผล
แต่หากไม่ชอบทองคำ ไม่อยากเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ จะนำแต๊ะเอียก้อนใหญ่ๆ ไปออมเงิน ออมหุ้น หรือออมกองทุน ก็ได้ เพราะมีหลักการเดียวกัน คือ ใช้เงินน้อย ทยอยออม เพื่อหวังว่า เงินเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้จะงอกเงยเป็นเงินก้อนใหญ่ในอนาคต
และอีกครั้งที่ต้องบอกว่า ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อั่งเปาตั่วตั่วไก๊







