posttoday
ยักษ์อสังหาฯพฤกษา ปรับกู้ภาพลักษณ์ หลังผ่ายวิกฤตน้ำ

ยักษ์อสังหาฯพฤกษา ปรับกู้ภาพลักษณ์ หลังผ่ายวิกฤตน้ำ

20 มกราคม 2555

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยจากเหตุการณ์

ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยจากเหตุการณ์

อุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา จากวิกฤตครั้งนี้เองที่ทำให้ผู้ประกอบการที่มียอดขายอันดับหนึ่งอย่างบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท ต้องปรับตัวขนานใหญ่ หลังจากที่โครงการที่เปิดขายในหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไป 80 โครงการ มีลูกบ้านที่เดือดร้อนกว่า 5 หมื่นครัวเรือน

ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้ปรับแผนการลงทุนใหม่ โดยได้มีการชะลอแผนการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อมาให้น้ำหนักการลงทุนในประเทศเป็นหลัก หลังจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เนื่องจากในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวโครงการใหม่ค่อนข้างมาก

ที่สำคัญ บริษัทได้รับการร้องเรียนถึงปัญหาเรื่องคุณภาพบ้านเป็นตัวเลขสูงถึง 30% จึงต้องมาเร่งปรับกระบวนการทำงานใหม่ หรือ Value Chain ให้ดีขึ้นทั้งระบบตั้งแต่กระบวนการสรรหาที่ดิน งานออกแบบและพัฒนาโครงการ การตลาด การก่อสร้าง การตรวจสอบคุณภาพบ้าน การส่งมอบให้กับลูกค้า และบริการหลังการขายและบริการหลังการโอน

การปรับกระบวนการสร้างบ้านในครั้งนี้เรียกว่า Real Estate Manufacturing (REM) ซึ่งเป็นระบบการผลิตบ้านที่มีรูปแบบคล้ายอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพมากขึ้นเพื่อให้การร้องเรียนถึงปัญหาลดลงเหลือ 20%.ในปีนี้ และต้องการจะทำให้ปัญหาดังกล่าวหมดไปในอนาคต

“พฤกษาให้ความสำคัญกับการลงทุนในประเทศมากขึ้น หลังจากที่โครงการลงทุนในต่างประเทศอาจจะมีปัญหาบ้างเรื่องค่าเงิน และปัญหาด้านการตลาด” ทองมา กล่าว

อย่างเช่นโครงการที่ประเทศมัลดีฟส์ที่มีปัญหาเรื่องค่าเงิน ทำให้ต้องขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินมัลดีฟส์ไปแล้ว 60 ล้านบาท จึงต้องหยุดการพัฒนาโครงการในเฟส 2 ลง ขณะที่โครงการที่อินโดนีเซียจากเดิมมีแผนจะเริ่มพัฒนาก็ต้องชะลอออกไป จะมีโครงการใหม่ที่จะเดินหน้าต่อเพียง 2 ประเทศ คือ เวียดนามกับอินเดีย

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมองแผนที่จะพัฒนาโครงการในแถบอาเซียนมากขึ้นเพื่อรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558

สำหรับปีนี้ พฤกษา เตรียมเปิดโครงการใหม่ 49 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท หรือเฉลี่ยโครงการละ 700 ล้านบาท โดยจะเน้นการพัฒนาโครงการในแนวราบเป็นหลัก จำนวน 45 โครงการ ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมมีเพียง 4 โครงการเท่านั้น ซึ่งการพัฒนาโครงการในปีนี้จะเน้นพื้นที่การพัฒนาที่เป็นไพรม์แอเรีย เช่น โซนแจ้งวัฒนะ พัฒนาการ เป็นต้น

พฤกษายังคงทำตลาดบ้านราคา 12 ล้านบาทต่อเนื่อง และยังจะพัฒนาบ้านในราคาที่มากกว่า 3 ล้านบาทขึ้นไปด้วย โดยตลาดหลักจะอยู่ในราคาเฉลี่ยที่ 25 ล้านบาท แม้ว่าผู้ประกอบการรายอื่นจะพัฒนาบ้านในราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทลงมาเป็นส่วนใหญ่ก็ตาม

ขณะที่ราคา 510 ล้านบาท ก็ยังเป็นตลาดที่พฤกษาฯ จะยังพัฒนาด้วยเช่นกัน โดยจะมีแบรนด์ใหม่ออกมาในปีนี้ เพราะเชื่อว่ากลุ่มนี้เป็นเรียลดีมานด์ และพื้นที่ที่พัฒนาจะอยู่ในเขตที่ไม่โดนน้ำท่วม เช่น พัฒนาการ รัศมี 3.5 กม. เดินทางถึงทองหล่อ ระดับราคาทาวน์เฮาส์กว่า 2 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวกว่า 4 ล้านบาท เป็นต้น

ขณะเดียวกันตลาดที่มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยจริงในต่างจังหวัด บริษัทก็จะยังมีแผนพัฒนาต่อเนื่องและจะไปในจังหวัดใหม่เพิ่มเติม โดยจังหวัดเดิมที่เคยพัฒนามาก่อนหน้า ได้แก่ จ.ขอนแก่น ภูเก็ต และชลบุรี ซึ่งสัดส่วนการพัฒนาโครงการในต่างจังหวัดน่าจะทำรายได้ 47% ของรายได้รวม

สำหรับตลาดในต่างจังหวัด พฤกษาจะยังพัฒนาโครงการในแนวราบเป็นหลัก ได้แก่ บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ระดับราคา 1.52 ล้านบาท โดยขณะนี้ถือว่าการพัฒนาตลาดต่างจังหวัดได้เปลี่ยนไปจากในอดีตมาก เพราะเป็นการจับตลาดผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง ไม่ได้เป็นการซื้อเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศหรือบ้านหลังที่สอง

สำหรับสิ่งที่เรื่องท้าทายการทำธุรกิจอสังหาฯ ในปีนี้ ผู้บริหารพฤกษา บอกว่า การเรียกความเชื่อมั่นของผู้ซื้อให้กลับมาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เนื่องจากหลายคนกังวลต่อปัญหาน้ำท่วมครั้งที่ผ่านมา คาดว่าในไตรมาส 2 และ 3 ของปีสถานการณ์น่าจะดีขึ้น

สำหรับภาพรวมตลาดน่าจะเติบโตเท่าปีก่อนหรือเติบโตกว่าปีก่อนเพียงเล็กน้อยประมาณ 5% โดยปัจจุบันบริษัทมียอดรอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) จำนวน 2.7 หมื่นล้านบาท ในจำนวนดังกล่าวมีลูกค้าทิ้งเงินดาวน์จำนวน 3,000 ล้านบาท ส่วนเป้ายอดขายในปีนี้ตั้งไว้ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท และยอดโอนโครงการ 2.6 หมื่นล้านบาท

ส่วนเป้าหมายของพฤกษาที่เคยคิดการใหญ่จะมียอดขายปีละ 1 แสนล้านบาท ในปี 2560 ณ เวลานี้คงจะต้องเลื่อนออกไปอีกอย่างน้อย 3 ปี

 

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?