
ไอซีทีลั่นปีนี้ทำได้สมาร์ตไทยแลนด์
ไอซีทีปัดฝุ่นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เร่งเชื่อม 800 บริการดิจิตอลลงสมาร์ตการ์ด ลั่นต่อไปบัตรประชาชนใช้ได้มากกว่าซีรอกซ์
ไอซีทีปัดฝุ่นรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เร่งเชื่อม 800 บริการดิจิตอลลงสมาร์ตการ์ด ลั่นต่อไปบัตรประชาชนใช้ได้มากกว่าซีรอกซ์
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ สรอ. เร่งเชื่อมบริการอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของหน่วยงานรัฐที่ขณะนี้มีประมาณ 800 บริการเข้าไว้ด้วยกัน โดยเป้าหมายที่ต้องการคือบัตรประชาชนอเนกประสงค์ หรือสมาร์ตการ์ด ต้องสามารถใช้งานได้จากจุดเดียวได้ภายในปีนี้ และถือเป็นก้าวแรกของการพัฒนาสู่สมาร์ตไทยแลนด์ตามแผนที่กระทรวงไอซีทีได้วางไว้
ทั้งนี้ สรอ.จะทำหน้าที่ประสานกับหน่วยงานรัฐที่จะนำข้อมูลมารวมกันไว้ที่โครงข่ายเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ หรือจีไอเอ็ม ที่นอกจากจะช่วยรวมบริการภาครัฐให้เกิดขึ้นแบบจุดเดียวแล้ว ยังตั้งเป้าว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไอทีของหน่วยงานรัฐทั้งหมดในปีนี้ลงอีก 1,000 ล้านบาท
“ปีนี้จะได้เห็นสมาร์ตการ์ดเป็นได้มากกว่าบัตรประชาชนที่มีไว้ถ่ายเอกสารธรรมดา รวมไปถึงการจำนำข้าวทั่วประเทศ ที่จะเป็นในรูปแบบดิจิตอล คือนำไอทีเข้ามาช่วยและทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น ถือเป็นสมาร์ตไทยแลนด์เบื้องต้นที่จะได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม” รมว.ไอซีที กล่าว
สำหรับการดำเนินการของ สรอ.นั้น ได้รับงบประมาณประจำปี 2555 กว่า 1,000 ล้านบาท มีหน้าที่หลักในการประสานกับหน่วยงานรัฐอื่นที่ไม่สามารถลงทุนระบบโครงข่ายได้เอง ให้เข้ามาใช้และนำข้อมูลมารวมไว้ที่หน่วยงานกลาง
ทั้งนี้ จะสามารถช่วยประหยัดงบลงทุนด้านโครงข่ายของประเทศได้สูงถึง 40% และทำให้การบริการอิเล็กทรอนิกส์ของภาครัฐทำได้ดีขึ้น เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานรัฐได้
นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สรอ. กล่าวว่า การที่ไทยต้องเร่งปรับตัวบริการด้านต่างๆ ให้รวดเร็วมากขึ้นนั้น โดยเฉพาะการใช้งานสมาร์ตการ์ดเพื่อรองรับการแข่งขันในอนาคตเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี เพราะปัญหาที่พบขณะนี้ คือบริการของภาครัฐที่มีอยู่ 800 บริการ มีการใช้งานเพียง 1% เท่านั้น แสดงให้เห็นชัดเจนว่าบริการที่มีอยู่ไม่ตอบโจทย์และความต้องการของประชาชน ดังนั้น สรอ.จึงต้องปรับปรุงและเชื่อมข้อมูลต่างๆ ให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประเทศมีความเข้มแข็ง
อย่างไรก็ตาม โครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสรอ.นั้น กำลังถูกคณะกรรมาธิการการสื่อสารและโทรคมนาคม วุฒิสภา ตรวจสอบการใช้งบ เพราะเห็นว่าโครงการนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะเกิดขึ้น จึงเหมือนการใช้งบประมาณโดยไม่จำเป็นของกระทรวงไอซีที เพราะสิ่งที่ไอซีทีควรให้ความสำคัญ คือ การเร่งกระจายโครงข่ายพื้นฐานให้ครอบคลุมประชากรทั่วประเทศให้ได้มากที่สุด แต่ไอซีทีก็ยังไม่สามารถทำได้ดี







