
ส่งเสริมวิจัยสไตล์ทริดี้ สร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้
สมัยนี้ ใครๆ ก็สามารถหาความรู้และติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจากอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
สมัยนี้ ใครๆ ก็สามารถหาความรู้และติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีจากอินเทอร์เน็ตได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า คือการหาโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ และความเห็นกับผู้ที่มีประสบการณ์ตรงและรู้จริงในเรื่องนั้นๆ มากกว่าเรา ถือเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการเปิดโลกทรรศน์ ให้ได้เรียนรู้และสร้างเสริมประสบการณ์โดยตรงจากแหล่งความรู้ที่มาจากหลากหลายมุมของโลก
โดยทั่วไป อาจารย์ในมหาวิทยาลัยต้องมุ่งเน้นงานสอนและงานวิจัย จึงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับนักศึกษาและการประชุมวิชาการระหว่างประเทศ มักจะไม่ค่อยมีโอกาสได้พบปะกับผู้ประกอบการจากภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันผู้ที่อยู่ในธุรกิจอุตสาหกรรมก็มักจะไม่ได้รับทราบว่า ในมหาวิทยาลัยมีองค์ความรู้และผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีในด้านต่างๆ อยู่ที่ใดบ้าง ซึ่งจุดนี้เองเป็นจุดอ่อนสำคัญที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย ที่โลกของงานวิจัยกับโลกของธุรกิจยังไม่เคยได้มีโอกาสมาเจอกัน มาปรับตัวเข้าหากันเพื่อสร้างให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ
งานพัฒนาบุคลากรของทริดี้ จึงมุ่งเน้นการสร้างโอกาสให้บุคลากรจากสถาบันอุดมศึกษาและผู้ประกอบการได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและองค์ความรู้ระหว่างกัน ทำให้ทั้งสองโลกที่อยู่ห่างกันได้มาอยู่ใกล้กัน ด้วยการจัดงานสัมมนาและอบรมอย่างต่อเนื่อง โดยเชิญทั้งนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิจากผู้ให้บริการโทรคมนาคมและผู้ประกอบการผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคม มาร่วมเป็นวิทยากรบรรยายด้วยเสมอ เมื่อมาพบเจอกันเป็นประจำสม่ำเสมอก็เกิดความใกล้ชิด เกิดความคุ้นเคยที่จะแลกเปลี่ยน ไว้วางใจที่จะร่วมมือกันริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างตรงความต้องการของกันและกัน นำไปสู่โอกาสในทางธุรกิจที่ยิ่งใหญ่
ทริดี้ได้จัดสัมมนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีโทรคมนาคมที่เป็นยุทธศาสตร์หลัก โดยเลือกจัดที่สถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับการสนับสนุนให้จัดตั้งห้องปฏิบัติการวิจัย NTC Telecom munication Research Lab ทั้งนี้ ก็เพื่อให้บุคลากรจากภาคอุตสาหกรรมได้เข้าไปทำความรู้จักกับนักวิจัยและห้องปฏิบัติการวิจัยไปด้วยพร้อมกัน เพื่อให้เห็นกระบวนการและคุณภาพในการทำงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับนักวิจัยและห้องปฏิบัติการวิจัยของไทย และตัดสินใจร่วมมือกันในที่สุด
ปรากฏว่า มีบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งได้ว่าจ้างให้อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วิจัยออกแบบสายอากาศที่ได้นำไปใช้งานจริงในอุปกรณ์สื่อสารที่ผลิตอยู่ นอกจากนี้ ยังมีบริษัทเอกชนหลายแห่งได้เข้าไปทดสอบอุปกรณ์ Voice over IP โดยใช้เครื่องมือของห้องปฏิบัติการวิจัยของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน นี่คือข้อพิสูจน์สำคัญที่แสดงให้เห็นว่า ความสามารถของนักวิจัยไทยเท่าเทียมกับต่างประเทศ รวมถึงประสิทธิภาพในการวิจัยและพัฒนาอยู่ในระดับที่เป็นที่ยอมรับ
ทั้งหมดนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างภาคการศึกษากับภาคเอกชน และการพัฒนาบุคลากรทั้งนักวิจัยและผู้ประกอบการ อันจะนำไปสู่การวิจัยแบบ “ไม่ขึ้นหิ้ง” ในที่สุด







