posttoday
อียูทําTOPเสี่ยง

อียูทําTOPเสี่ยง

18 มกราคม 2555

TOP ลั่นวิกฤตยุโรปทำอัตรากำไรและค่าการกลั่นเฉลี่ยไม่ฟื้น ค่าเงินผันผวน เพิ่มการป้องกันความเสี่ยงเงินเหรียญสหรัฐเป็น 20%

TOP ลั่นวิกฤตยุโรปทำอัตรากำไรและค่าการกลั่นเฉลี่ยไม่ฟื้น ค่าเงินผันผวน เพิ่มการป้องกันความเสี่ยงเงินเหรียญสหรัฐเป็น 20%

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยออยล์ (TOP) เปิดเผยว่า การลดอันดับเครดิตหลายประเทศในยุโรปส่งผลกระทบให้ประชาชนตื่นตระหนกและมีความต้องการใช้น้ำมันเบนซินน้อย ทำให้อัตรากำไร (มาร์จิน) เบนซินไม่ดีส่งผลให้ปัจจุบันค่าการกลั่นเฉลี่ย (GRM) ยังอยู่ที่กว่า 3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจากปกติระดับ GRM 8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

“GRM ยังไม่ฟื้นตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค. มาเจอตื่นยุโรปลดเกรดอีก และผลการเลิกใช้เบนซิน 91 เดือน ต.ค.นี้ ฉุดมาร์จินปีนี้”

แม้ว่าค่า GRM จะลดลง แต่ค่าการกลั่นเฉลี่ยรวม (GIM) เริ่มปรับตัวดีขึ้นจากความต้องการใช้พาราไซลีนและโรงไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้ GIM ปัจจุบันอยู่ที่ 6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อนอยู่ที่ 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แต่ค่าการกลั่นที่เหมาะสมควรอยู่ที่ 8 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

อียูทําTOPเสี่ยง

นายสุรงค์ กล่าวว่า ปีนี้ปัจจัยภายนอกจะส่งผลกระทบมากกว่าปัจจัยภายในเพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้การคาดการณ์เรื่องผลประกอบการหรือค่าการกลั่นปีนี้ได้ยาก

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินเหรียญสหรัฐผันผวนตามค่าเงินยูโรที่อ่อนไหวตามวิกฤตการเงินยุโรป ทำให้บริษัทเพิ่มการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเหรียญสหรัฐ (เฮดจิง) เป็น 20% จากปีก่อนอยู่ที่ 10% แต่บริษัทได้ขออนุญาตป้องกันความเสี่ยงทั้งหมดไว้ 50%

ทั้งนี้ คาดว่าครึ่งแรกปีนี้จะมีกำไรจากการสต๊อกน้ำมันไม่มาก ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่ครึ่งปีแรกมีกำไรสต๊อกน้ำมันที่มาก

นายสุรงค์ กล่าวว่า ปี 2555 บริษัทอยู่ระหว่างปรับแผนกลยุทธ์เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะทำให้บริษัทต้องมองภาพให้กว้างและออกไปสู่ต่างประเทศมากขึ้น โดยการนำทีมของบริษัท ปตท. และ TOPจะเน้นไปในทางผู้เชี่ยวชาญด้านโรงกลั่นเป็นหลัก

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการเข้าไปลงทุนในประเทศพม่า โดยได้ส่งคนไปศึกษามาแล้วเป็นเวลากว่า 2 ปี ซึ่งหากเข้าไปก็มีความเป็นไปได้ที่จะลงทุนสร้างโรงงานปูนซีเมนต์มากที่สุด เพราะประเทศพม่าจะต้องมีการขยายการก่อสร้างที่มาก ไม่ใช่ที่ทวายอย่างเดียว เพราะปัจจุบันก็เห็นทางการพยายามให้เกิดการลงทุนที่เมืองหลวงย่างกุ้งด้วย

อย่างไรก็ดี ผลสรุปว่าจะไปลงทุนเมื่อไรนั้นต้องขึ้นอยู่กับความชัดเจนของรัฐบาลพม่าว่าจะมีนโยบายการส่งเสริมการลงทุนและการให้สัมปทานการทำปูนซีเมนต์ชัดเจน ทั้งนี้ ที่ผ่านมา SCC ได้เข้าไปขายผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์และด้านปิโตรเคมีในพม่ามาแล้วกว่า 10 ปี

นายกานต์ กล่าวต่อว่า ปีนี้งบสำหรับการศึกษาและวิจัยรวมทั้งงบซื้อกิจการเพื่อให้ได้แบรนด์ และเทคโนโลยีอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่ 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้เพราะบริษัทต้องการไปเพิ่มสัดส่วนการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม (HVA) ปีนี้เป็น 35-36% จากปีก่อน 31% และปี 2558 คาดว่าอยู่ที่ 50% เนื่องจากสินค้า HVA จะช่วยทำให้บริษัทรักษาอัตรากำไรได้ดี อย่างเช่นช่วยพยุงสถานการณ์บริษัทได้ในยามที่บริษัทมีสเปรดด้านผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีไม่ดี

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร