
ต้นทุนกาแฟเพิ่ม เมนูเย็นขึ้น5บาท
อโรม่า กรุ๊ปโอดต้นทุนกาแฟสดพุ่ง คาดกระทบราคาขายเมนูเย็นทั้งตลาด 5 บาทต่อแก้ว
อโรม่า กรุ๊ปโอดต้นทุนกาแฟสดพุ่ง คาดกระทบราคาขายเมนูเย็นทั้งตลาด 5 บาทต่อแก้ว
นายพริษฐ์ อนุกูลธนาการ ผู้อำนวยการฝ่าย บริษัท อโรม่า กรุ๊ป เจ้าของแฟรนไชส์กาแฟสดไนน์ตี้ โฟร์ และชาวดอย เปิดเผยว่า ขณะนี้ต้นทุนเมล็ดกาแฟสดมีการขยับขึ้นไปแล้ว 30% ซึ่งเป็นผลจากการที่ผลผลิตเมล็ดกาแฟในประเทศไม่เพียงพอต่ออัตราการบริโภคที่เพิ่มขึ้นมากจนต้องมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟสดจากประเทศเพื่อนบ้านจากเวียดนาม อินโดนีเซีย หรือเมล็ดบางชนิดต้องนำเข้าจากเคนยา ซึ่งต้นทุนในการนำเข้าต่างๆ ได้ปรับสูงขึ้น มีผลให้ผู้ค้าส่งเมล็ดกาแฟสดไปยังร้านกาแฟสดบางรายปรับราคาขึ้นไปสูงถึง 100%
ขณะที่บริษัทมีการปรับราคาขายส่งเมล็ดกาแฟสดในกลุ่มเครือข่ายร้านกาแฟสดไปแล้วประมาณ 20-30% ซึ่งส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อเมนูร้อน แต่เมนูเย็นยังได้รับผลกระทบจากวัตถุดิบกลุ่มนมข้นที่มีแนวโน้มขยับราคาขึ้นต่อเนื่อง หลังจากผู้ผลิตรายใหญ่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำท่วมรอบที่ผ่านมา จึงคาดว่าภาพรวมทั้งตลาดร้านขายกาแฟสดเมนูเย็นจะมีการปรับขึ้นแก้วละ 5 บาท เช่นจากเดิมที่เคยขาย 25 บาท จะปรับขึ้นเป็น 30 บาท
จากปัจจัยดังกล่าวทำให้ปีนี้บริษัทจะเร่งทำตลาดให้กับครีมข้นเหลว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่พัฒนามาใช้ทดแทนกลุ่มนมข้น โดยปีนี้จะวางขายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด เช่น แม็คโคร เพื่อเจาะเจ้าของร้านกาแฟสดรายย่อยให้นำไปใช้แทนนมข้นชนิดต่างๆ รวมถึงเตรียมเจาะไปยังร้านอาหารต่างๆ เพื่อนำเสนอทางเลือกในการลดต้นทุนวัตถุดิบ เพราะครีมข้นเหลวจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่าการใช้นมข้นชนิดต่างๆ แบบกระป๋อง
ทั้งนี้ อโรม่า กรุ๊ป ได้ส่งครีมข้นเหลวลงสู่ตลาดผ่านเครือข่ายร้านกาแฟสดตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้ใช้เพียง 10% เท่านั้น จนในช่วงน้ำท่วมที่กลุ่มนมข้นขาดตลาด บริษัทจึงนำเสนอครีมข้นเหลวให้กับเครือข่ายร้านกาแฟสดทำให้มีสัดส่วนการใช้เพิ่มเป็น 70-80% ของเครือข่ายร้านกาแฟสดทั้งหมด ซึ่งร้านค้าส่วนใหญ่ระบุว่าจะยังคงใช้ต่อ แม้ปัจจุบันนมข้นชนิดต่างๆ จะมีจำหน่ายตามปกติแล้ว







