
กรุงไทยปรับกลยุทธ์ล่าเงินฝากบัวหลวงชูดอกสูงรับมือ‘บี/อี’
กรุงไทย ปรับกลยุทธ์รายย่อยรับมือ พ.ร.ก.โอนหนี้ เพิ่มเงินฝากออมทรัพย์กระแสรายวัน ชดเชยบี/อี ค่ายบัวหลวงคลอดฝาก 4 เดือน ดอกเบี้ย 2.75%
กรุงไทย ปรับกลยุทธ์รายย่อยรับมือ พ.ร.ก.โอนหนี้ เพิ่มเงินฝากออมทรัพย์กระแสรายวัน ชดเชยบี/อี ค่ายบัวหลวงคลอดฝาก 4 เดือน ดอกเบี้ย 2.75%
นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างกำหนดแนวทางในการลดต้นทุนเพื่อรองรับผลกระทบที่จะมาจาก พ.ร.ก.โอนหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน โดยในเบื้องต้นธนาคารมีแผนจะเพิ่มสัดส่วนของเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันให้สูงขึ้น เพื่อลดต้นทุนทางด้านดอกเบี้ย รวมทั้งจะเน้นขยายธุรกิจรายย่อยที่สร้างผลตอบแทนสูง เช่น ธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ ธุรกิจเช่าซื้อสินค้าผ่านสาขา และการขายประกัน
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเรียกเก็บเงินนำส่งจากตั๋วแลกเงิน (บี/อี) เพิ่มขึ้น ก็จะกระทบกับต้นทุนของธนาคารไม่มากนัก เนื่องจากธนาคารมีตั๋วบี/อีแค่ 15% จากฐานเงินฝากรวมที่เหลือจะเป็นเงินฝากประจำที่ต้นทุนสูง
“ปัจจุบันเรามีสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันเพียง 1 แสนล้านบาท จากฐานเงินฝากรวม 1.4 ล้านล้านบาท ในปีนี้เราตั้งเป้าที่จะเพิ่มเงินฝากอีก 2 แสนล้านบาท เป็นเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวัน 1 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นเงินฝากประจำและอื่นๆ ทดแทนตั๋วบี/อี และจะเพิ่มบัญชีลูกค้าอีก 2 บัญชี จาก 15 ล้านบัญชี” นายเวทย์ กล่าว
นายเวทย์ กล่าวว่า ธนาคารต้องการเน้นเพิ่มบัญชีลูกค้าในกลุ่มเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันเป็นหลัก เพื่อให้สอดคล้องกับแผนเสนอขายผลิตภัณฑ์อื่นๆ
“เราจะใช้ประโยชน์จากบริษัทลูกที่ธนาคารถือหุ้นอยู่ 100% เช่น บลจ.กรุงไทย บริษัท เคทีบี ลีสซิ่ง ในการหาผลิตภัณฑ์มาเสนอลูกค้าที่จะเน้นหนักในกลุ่มวัยรุ่น เพื่อลบภาพของกลุ่มข้าราชการ
นายทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกเงินฝาก 4 เดือน ด้วยอัตราดอกเบี้ย 2.75% โดยเปิดบัญชีขั้นต่ำ 2 แสนบาท เพื่อขยายฐานลูกค้ารายย่อย ซึ่งดอกเบี้ยอัตรานี้ถือว่าจูงใจในภาวะที่ดอกเบี้ยผันผวน







