posttoday
หยุดส่งเงินกองเลี้ยงชีพ

หยุดส่งเงินกองเลี้ยงชีพ

16 มกราคม 2555

เปิดทางนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว มีผลตั้งแต่ก.ย.54-ธ.ค.55

เปิดทางนายจ้างจ่ายฝ่ายเดียว มีผลตั้งแต่ก.ย.54-ธ.ค.55

คลัง ผ่อนผันบริษัทน้ำท่วม หยุดส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพชั่วคราว พร้อมเปิดทางนายจ้างจ่ายเงินฝ่ายเดียวได้

นายเกษตร ชัยวันเพ็ญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทที่บริหารจัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากกระทรวงการคลังผ่อนปรนให้บริษัทนายจ้างหยุดนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพชั่วคราวได้ เฉพาะบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและมีปัญหาทางด้านการเงิน โดยให้หยุดส่งเงินชั่วคราวตั้งแต่เดือน ก.ย. 2554-สิ้นปี 2555

สำหรับการหยุดส่งเงินชั่วคราวนั้น แบ่งเป็น 2 แบบ คือ 1.หยุดส่งเงินสะสมของลูกจ้างแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยนายจ้างยังสามารถส่งเงินต่อได้ และ 2.หยุดส่งเงินทั้งสองส่วนที่เป็นของนายจ้างและลูกจ้าง โดยการขอเข้าโครงการนั้น นายจ้างต้องทำหนังสือรับรองว่าประสบปัญหาน้ำท่วมและมีปัญหาด้านการเงิน จนไม่สามารถนำส่งเงินเข้ากองทุนได้มาให้บริษัทที่บริหารกองทุนให้

จะต้องมีการประชุมสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อลงมติเป็นเอกฉันท์ที่จะเข้าโครงการ

“บลจ.กสิกร มีบริษัทนายจ้างขอหยุดส่งเงินเพียง 7 ราย จากจำนวน 2,000 ราย” นายเกษตร กล่าว

ด้าน น.ส.อารยา ธีระโกเมน กรรมการอำนวยการ บลจ.ทิสโก้ ในฐานะอุปนายกสมาคมและประธานกลุ่มธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ตัวเลขของนายจ้างทั้งระบบที่ประสบปัญหาจากน้ำท่วม จนไม่สามารถส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้ ยังไม่ได้มีการเก็บตัวเลขรวบรวมไว้

บลจ.ทิสโก้ มีนายจ้างเลิกกิจการและปิดกองทุนไปไม่ถึง 10 ราย ส่วนบริษัทที่ยังดำเนินกิจการอยู่ก็ยังเป็นบริษัทที่สามารถส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพได้

นอกจากนี้ อยากให้รัฐพิจารณาคงประโยชน์ทางภาษีในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เอาไว้ เนื่องจากปัจจุบันสังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ในอนาคตถ้าคนเกษียณไม่มีแหล่งเงินออมก็จะกลับมาเป็นภาระของภาครัฐในอนาคต ซึ่งจะย้อนกับมาเป็นภาระด้านภาษีของมนุษย์เงินเดือนในอนาคตด้วย

น.ส.อารยา กล่าวว่า ในส่วนของกองทุน LTF หากมองว่าการใช้ประโยชน์ไปกระจุกตัวที่คนมีเงินระดับบน รัฐก็สามารถแก้ไขโครงสร้างได้ เช่น การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนมากขึ้นจากเดิม 15% โดยไม่ต้องไปขยับเงินลงทุนสูงสุดด้านบน ซึ่งจะทำให้ผู้มีรายได้ในระดับล่างลงมาสามารถใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น และสำคัญตลาดทุนไทยยังต้องพัฒนาอีกมาก ในอนาคตจะมีการเปิดเสรีประชาคมอาเซียนอีก

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน