
ธุรกิจตลาดแบบตรงคึกทีวีไดเร็คเพิ่มทุนเสริมทัพ
นอกจากอุตสาหกรรมขายตรงมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแล้ว
นอกจากอุตสาหกรรมขายตรงมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท ที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องแล้ว
โดย..เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิต
ธุรกิจการตลาดแบบตรง หรือวิธีการทำตลาดโดยตรงถึงผู้บริโภคก็ขยายตัวเช่นเดียวกัน โดยปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการหลายรายจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดมากขึ้น ผู้นำตลาดอย่างทีวี ไดเร็ค จึงต้องปรับตัว
ทรงพล ชัญมาตรกิจ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีวี ไดเร็ค ผู้ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านช่องทางการตลาดที่หลากหลาย (Multichannel Marketing) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดมัลติแชนแนล มาร์เก็ตติ้ง ในปีนี้ คาดว่าจะมีความคึกคักมากขึ้น หลังจากมีนักลงทุนต่างชาติทั้งจากเกาหลี ไต้หวัน และญี่ปุ่น เข้ามาดำเนินธุรกิจนี้ในประเทศไทยมากขึ้น
ที่ผ่านมาทีวี ไดเร็ค เรียกว่าเป็นผู้เล่นรายใหญ่เพียงรายเดียวของไทยที่มีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 และทิ้งห่างที่ 2 อยู่มาก ด้วยประสบการณ์ดำเนินธุรกิจยาวนานกว่า 12 ปี ขณะที่แนวโน้มตลาดมัลติแชนแนล มาร์เก็ตติ้งในเมืองไทยยังมีโอกาสเติบโตสูง เนื่องจากขนาดตลาดยังเล็ก คิดเป็นมูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ยิ่งมีคู่แข่งมาก ตลาดยิ่งเติบโต
“การที่มีผู้ประกอบการรายใหญ่เข้ามาในตลาดนี้มากขึ้น เรามองว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ตลาดคึกคักขึ้น และตลาดในประเทศไทยยังถือว่าเล็กมาก โดยในปี 2552 ไทยติดอันดับที่ 36 ของการจัดลำดับจากสมาคมค้าปลีกผ่านอิเล็กทรอนิกส์ จึงเชื่อว่ามีโอกาสขยายตัวสูง” ทรงพล กล่าว
สำหรับทีวี ไดเร็ค ได้เตรียมพร้อมรับการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากได้จับจองสื่อต่างๆ ที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายไว้ได้ค่อนข้างครบถ้วน ทั้งฟรีทีวี ทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี ไดเรกเมล เมลออร์เดอร์ ระบบโทรศัพท์แบบโทร.ออก และระบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ (ECommerce)
ปัจจุบัน บริษัทมียอดขายผ่านช่องทางเคเบิลและทีวีดาวเทียม และคอลเซ็นเตอร์เป็นหลัก ที่เหลือกระจายไปในช่องทางอื่นๆ
นอกจากนี้ ทีวี ไดเร็ค ได้เตรียมสร้างความแข็งแกร่งด้านสถานะการเงินด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (เอ็มเอไอ) โดยแต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และได้ยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นไอพีโอ (IPO) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2554 ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ก.ล.ต.
สำหรับเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นเงินทุนระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ลงทุนขยายร้านค้าปลีกทีวี ไดเร็ค โชว์เคส (TV Direct Showcase) 15 แห่ง และพัฒนาระบบร้านค้าปลีกและลงทุนระบบจัดส่งสินค้า รวมถึงนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
“การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ครั้งนี้ จะเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ของบริษัทได้อีกขั้นหนึ่ง นอกจากเรื่องของเงินทุนต้นทุนต่ำแล้ว ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับทีวี ไดเร็ค ได้ด้วย เนื่องจากบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะต้องมีระบบต่างๆ ที่เป็นมาตรฐาน ทั้งในเรื่องของระบบภายในสำนักงาน และการเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส รวดเร็ว” ทรงพล กล่าว
ด้านผลประกอบการในช่วง 9 เดือน (ม.ค.ก.ย.) ของปี 2554 บริษัทและบริษัทย่อยสามารถทำรายได้จากการขายและบริการ 1,387.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.64% เมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2553 ที่มีรายได้ 1,038.14 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจำนวน 32.01 ล้านบาท
ส่วนปี 2555 นี้บริษัทวางเป้าหมายรายได้รวม 2,222 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่คาดว่าจะมีรายได้ 2,011 ล้านบาท







