posttoday
ดันแหลมฉบังขึ้น‘ฮับ’ท่าเรือ

ดันแหลมฉบังขึ้น‘ฮับ’ท่าเรือ

13 มกราคม 2555

สุกำพล สั่งการท่าเรือฯ พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือเดียว หวังเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค พร้อมดันขึ้นติด 1ใน 10 อันดับแรกของโลก

สุกำพล สั่งการท่าเรือฯ พัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือเดียว หวังเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค พร้อมดันขึ้นติด 1ใน 10 อันดับแรกของโลก

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ในอนาคตต้องการให้ กทท.ถ่ายโอนการให้บริการขนส่งสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพไปยังท่าเรือแหลมฉบังให้มากขึ้น เนื่องจากต้องการดำเนินนโยบายท่าเรือเดียว (Single Port)

ทั้งนี้ ต้องการผลักดันให้ท่าเรือแหลมฉบังซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึก เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำในภูมิภาค และตั้งเป้าหมายให้ท่าเรือแหลมฉบังติดอันดับท่าเรือที่ทันสมัย 1 ใน 10 อันดับแรกของโลก จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 22 ขณะที่อันดับ 1 ได้แก่ ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ของจีน และอันดับ 2 คือ ท่าเรือของประเทศสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตไม่เกิน 10 ปี เมื่อท่าเรือปากบารา และท่าเรือทวายเปิดให้บริการ รวมทั้งมีระบบรถไฟทางคู่ที่เชื่อมโยงการเดินทางมายังท่าเรือแหลมฉบังแล้วเสร็จ จะทำให้ท่าเรือแหลมฉบังเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านโลจิสติกส์ ซึ่งจะทำให้มีผู้ใช้บริการมากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าไปยังยุโรป แอฟริกา และตะวันออกกลาง

ทั้งนี้ เพราะผู้ประกอบการไม่ต้องเดินทางอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา แต่จะมีรถไฟเชื่อมท่าเรือปากบารากับท่าเรือสงขลา ซึ่งจะประหยัดค่าขนส่งและเวลาได้มาก

สำหรับแนวทางในการพัฒนาท่าเรือกรุงเทพ เบื้องต้นอาจปรับให้เป็นท่าเรือที่ใช้สำหรับขนส่งภายในประเทศ หรือท่าเรือแม่น้ำ ซึ่ง กทท.ต้องไปพิจารณาจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจน โดยปัจจุบันทราบว่ากทท.มีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลเรื่องการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์อยู่แล้ว ส่วนจะพัฒนาเป็นอย่างไรยังไม่สามารถระบุได้ แต่เชื่อว่ามีอนาคตที่สดใส เนื่องจากท่าเรือกรุงเทพตั้งอยู่ติดแม่น้ำ เพราะเป็นพื้นที่ทำเลทองธุรกิจ

นายเฉลิมชัย มีคุณเอี่ยม ผู้อำนวยการ กทท. กล่าวว่า กทท.อยู่ระหว่างทบทวนแผนแม่บทการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าเรือกรุงเทพ เนื้อที่ 2,353 ไร่ เพื่อที่จะนำโครงการที่ไม่มีปัญหา สามารถพัฒนาได้ทันทีนำมาพัฒนาก่อน จากเดิมเสนอพัฒนาพื้นที่รวม 4 โครงการพร้อมกัน โดยโครงการที่จะพัฒนาก่อน ได้แก่ การพัฒนาพื้นที่ว่างบริเวณด้านข้างอาคารที่ทำการ กทท. เนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ปัจจุบันใช้ประโยชน์เป็นลาดจอดรถบรรทุก มีแผนพัฒนาเป็นอาคารสำนักงานพาณิชยนาวี เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยจะใช้เอกชนมาร่วมลงทุนกับ กทท. อายุสัญญา 30 ปี

“ภายในเดือนม.ค.นี้ กทท.จะเสนอแผนการพัฒนาพื้นที่ 17 ไร่นี้ให้คณะกรรมการกทท. ซึ่งมีนายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่าเป็นประธานพิจารณา หลังจากนั้นจะได้เสนอต่อไปยังกระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง และครม.ต่อไป และระหว่างนี้จะได้ศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย คาดว่าจะใช้เวลาในการศึกษาประมาณ 56 เดือน ตั้งเป้าภายในปีนี้จะได้รับการอนุมัติดำเนินโครงการจากครม.ส่วนโครงการที่เหลือตามแผนจะใช้เวลาในการพัฒนาอีกประมาณ 15 ปี” นายเฉลิมชัย กล่าว


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน