
ป๊ากเกอร์ผุดแฟล็กชิปสโตร์ไทยที่แรกเอเชีย
“ป๊ากเกอร์” ขยับสู่ “ลักชัวรีแบรนด์” ผุดแฟล็กชิปสโตร์ในไทยแห่งแรกในเอเชีย พร้อมขยายไลน์เครื่องหนังเครื่องประดับ
“ป๊ากเกอร์” ขยับสู่ “ลักชัวรีแบรนด์” ผุดแฟล็กชิปสโตร์ในไทยแห่งแรกในเอเชีย พร้อมขยายไลน์เครื่องหนังเครื่องประดับ
นายวรพจน์ ซึ้งธรรมรส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นีเวลล์ รับเบอร์เมด (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายปากกาแบรนด์ “ป๊ากเกอร์” เปิดเผยว่า บริษัทรับนโยบายบริษัทแม่สหรัฐ เพื่อทำตลาดในไทยให้สอดคล้องกับทิศทางทั่วโลก ในการวางตำแหน่งแบรนด์ “ป๊ากเกอร์” สู่ผลิตภัณฑ์ระดับหรู หรือลักชัวรีแบรนด์ จากเดิมเป็นกลุ่มสินค้าเครื่องเขียนระดับบน (พรีเมียม) หลังจากทำตลาดในไทยมานานกว่า 50 ปี
สำหรับแนวทางการทำตลาดในไทยประกอบด้วย 2 กลยุทธ์หลัก คือ 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องเขียนให้หลากหลาย พร้อมขยายสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องหนังและเครื่องประดับ เพื่อขยายฐานกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่และกลุ่มผู้หญิงเพิ่มขึ้น และ 2.การพัฒนาจุดจำหน่าย หรือร้านต้นแบบขนาดใหญ่ (แฟล็กชิปสโตร์) เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ระดับหรูภายใต้แบรนด์ป๊ากเกอร์
ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับการทำตลาดในต่างประเทศ
ล่าสุด บริษัทใช้งบกว่า 15 ล้านบาท เปิดตัวแฟล็กชิปสโตร์ “ป๊ากเกอร์” ในไทยและเป็นแห่งแรกในเอเชีย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ภายใต้แนวคิด “ไรท์ ยัวร์ โอน สตอรี” และเป็นแห่งที่ 3 ของโลกต่อจากแฟล็กชิปสโตร์ป๊ากเกอร์ 2 แห่งในกรุงมอสโก รัสเซีย ภายใต้การออกแบบของดีไซน์เนอร์ “บรูโน่ โมนาร์ด” ซึ่งเนื่องจากไทยเป็นศูนย์กลางสำคัญของภูมิภาคนี้และตลาดรวมเครื่องเขียนเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังเตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท แบ่งเป็น 20 ล้านบาท ขยายสาขาแฟล็กชิปสโตร์ป๊ากเกอร์ในไทยอีกไม่ต่ำกว่า2 สาขา โดยจะพิจารณาทำเลที่เหมาะสมในกรุงเทพญ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ ที่อต่เนื่องจาก 2 ปีก่อน บริษัทได้ทำการปรับโฉมใหม่าเคาน์เตอร์ป๊ากเกอร์ไปกว่า 20 สาขาภายใต้แนวคิด “ป๊ากเกอร์ เอ็กซพีเรียนซ์” พร้อมใช้แบที่เหลือเป็นงบสำหรับทำตลาดรวมกว่า 35 ล้านบาท
ทำตลาดเชิงรุก รวมทั้งในสินค้ากลุ่มเครื่องหนังและเครื่องประดับอีก ภายใต้แบรนด์ ป๊ากเกอร์ มากขึ้น
ปีนี้บริษัทคาดว่าจะมียอดขายจากสินค้ากลุ่มใหม่ราว 10% และสัดส่วนยอดขายจากกลุ่มปากกาอยู่ที่ประมาณ 90% ขณะที่รายได้รวมจะเติบโตขึ้น 20% คิดเป็นมูลค่ากว่า 250 ล้านบาท โดยยอดจำหน่ายประมาณ 60% มาจากเคาน์เตอร์ในพื้นที่กรุงเทพ และที่เหลือ 40% มาจากเคาน์เตอร์ต่างจังหวัด จากขณะที่ตลาดปากการะดับพรีเมียมมีมูลค่า 700 ล้านบาท ตั้งเป้าป๊ากเกอร์จะมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 30% จาก 28% ปีก่อน







