
ตื่นแบงก์ค่าต๋งพุ่ง
ตื่นแบงก์ค่าต๋งพุ่ง
หากเก็บ1%กำไรวูบ7.7พันล. จับตาขาย‘LTF’2หมื่นล้านบ.
ถล่มขายหุ้นแบงก์หวั่น ต้นทุนพุ่งกำไรหด หลังรัฐจ่อเรียกเก็บเงินเพิ่มเป็น 1% ชำระหนี้กองทุนเดือนนี้จ่อขาย LTF กว่า 2 หมื่นล้าน
หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์มีแรงขายหนัก และราคาปรับตัวลดลงทันทีที่เปิดตลาด เพราะนักลงทุนกังวล หลังจากทางการมีแนวคิดจะเก็บเงินเพิ่มเป็น 1% เพื่อนำไปชำระหนี้ให้กับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ส่งผลดัชนีกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปิดที่ 359.89 จุด ลดลง 12.22 จุด หรือ 3.28% มูลค่าการซื้อขาย 7,691 ล้านบาท สวนทางดัชนีตลาดหุ้นปิดตลาด 1,036.80 จุด เพิ่มขึ้น 0.59 จุด มูลค่าการซื้อขาย 26,410 ล้านบาท ต่างชาติขาย 687 ล้านบาท
สำหรับหุ้นธนาคารพาณิชย์ที่ถูกขายนำโดยธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ปิด 115 บาท ลดลง5 บาท หุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL)ปิด 146.50 บาท ลดลง 5 บาท กรุงไทย (KTB) ปิด 14.50 บาทลดลง 0.50 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ปิด 111 บาท ลดลง 3.50 บาท
บล.เอเซีย พลัส ออกบทวิเคราะห์ระบุว่า การแก้ไขหนี้ของกองทุนฟื้นฟูตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ แม้ขณะนี้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับประเด็นการเรียกเก็บเงินเพิ่มจากสถาบันการเงินจะออกมาในรูปแบบใด หากเรียกเก็บเงินในรูปแบบใหม่ยังไม่เกิน 0.4% เท่ากับที่ธนาคารพาณิชย์จ่ายอยู่ในปัจจุบัน จะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์
หากมีการเรียกเก็บเงินเพิ่มจากปัจจุบันไปที่ระดับ 1% จะเป็นปัจจัยลบต่อศักยภาพการทำกำไรของธนาคารพาณิชย์ในแต่ละปี
ทั้งนี้ จากการคำนวณของฝ่ายวิจัยพบว่าทุกๆ 0.1% ของเงินฝากรวมทั้งกลุ่มที่มีอยู่กว่า 7.77 ล้านล้านบาท ที่เรียกเก็บเพิ่มเติม จะทำให้กำไรสุทธิของกลุ่ม ธ.พ.ลดลง 7,770 ล้านบาท หรือคิดเป็น 4.78% ของคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2555
ธนาคารพาณิชย์ที่มีฐานเงินฝากสูง จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก อาทิ BBL, KTB, KBANK และ SCB เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลาและคงได้รับการคัดค้านจากสถาบันการเงินค่อนข้างมาก ซึ่งตามหลักการแล้วถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องสำรองจ่ายไปโดยที่ไม่ได้สร้างรายได้กลับมาแต่อย่างใด และการที่ราคาหุ้นลดลงก็เป็นโอกาสให้ซื้อ
นอกจากนี้ ในส่วนของตลาดหุ้นช่วงนี้อาจถูกกดดันจากแรงขาย LTF จะครบกำหนด 5 ปี ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท







