posttoday
ทริสเพิ่มอันดับSTECเป็นA-

ทริสเพิ่มอันดับSTECเป็นA-

05 มกราคม 2555

ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร STEC เป็น "A-" แนวโน้ม"คงที่"

ทริสเรทติ้งปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร STEC เป็น "A-" แนวโน้ม"คงที่"  

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด รายงานว่า ทริสเรทติ้ง ประกาศเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ซิโน-ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC เป็นระดับ 'A-' จากเดิมที่ระดับ'BBB+' พร้อมแนวโน้ม 'Stable' หรือ 'คงที่' โดยอันดับเครดิตที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนค่าก่อสร้าง รวมถึงการมีงบดุลที่แข็งแกร่งและความสามารถในการได้รับงานก่อสร้างจำนวนมากทั้งที่เป็นโครงการภาครัฐและเอกชน

 

ทริสเพิ่มอันดับSTECเป็นA-

ในการพิจารณาอันดับเครดิต ยังคำนึงถึงสถานะทางการตลาดของบริษัทที่เป็นหนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ 3 รายของประเทศ ตลอดจนความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าและโรงงานปิโตรเคมี ผลงานที่ได้รับการยอมรับมานานทั้งจากภาครัฐและเอกชนและความพร้อมในการรับงานจากภาครัฐ ตามนโยบายการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าว ถูกลดทอนบางส่วนจากความเสี่ยงของการมีต้นทุนค่าก่อสร้างที่สูงกว่าประมาณการ ในโครงการที่มีระยะเวลาก่อสร้างยาวนานและมีลักษณะสัญญาต่อหน่วยแบบคงที่ (Fixed-unit Price Contract) ตลอดจนความเสี่ยงของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่มีความผันผวนและเป็นวงจรขึ้นลงและความกังวลเกี่ยวกับการขยายสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของบริษัท

ในขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่า บริษัทจะยังคงดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานต่อไป

นอกจากนี้ การที่บริษัทมีสภาพคล่องที่สูงและงบดุลที่แข็งแกร่ง น่าจะช่วยลดทอนความเสี่ยงจากปัญหาต้นทุนโครงการสูงเกินประมาณการ เนื่องจากความล่าช้าของโครงการ และปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ที่คาดไม่ถึง

ในขณะที่อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัท คาดว่า น่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 50% ต่อไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า แม้บริษัทมีแผนการที่จะขยายสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็ตาม

ทั้งนี้ บริษัทซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่นเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างชั้นนำของประเทศ ซึ่งมีสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในโครงการก่อสร้างของทั้งภาครัฐและเอกชน โดยได้รับใบอนุญาตประเภทผู้รับเหมาชั้นหนึ่ง จากหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง บริษัทเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาเพียงไม่กี่รายที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้นในการได้รับสิทธิเข้าประมูลโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ

เมื่อพิจารณาจากผลงานที่ได้รับการยอมรับ และการสนับสนุนจากสถาบันการเงินหลายแห่งแล้ว น่าจะทำให้บริษัทมีโอกาสที่จะชนะการประมูลโครงการขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะเปิดประมูลในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

โดยตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา บริษัทชนะการประมูลงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า จำนวน 4 สัญญา จากทั้งหมด 11 สัญญา และนอกเหนือจากงานก่อสร้างสาธารณูปโภคแล้ว บริษัทยังมีความชำนาญในการก่อสร้างโรงไฟฟ้า และโรงงานปิโตรเคมีตลอดจนงานท่อ และงานประกอบและติดตั้งโครงสร้างเหล็กด้วย ทั้งนี้ ตลอดปี 2553 จนถึงช่วง 9 เดือนแรกของปี 2554 บริษัทได้รับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าจำนวน 9 โรง

ณ เดือนกันยายน 2554 บริษัทมีมูลค่างานในมือที่ยังไม่ส่งมอบ อยู่ที่ 52,035ล้านบาท เพิ่มขึ้น 147% จาก 21,049 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2553 ซึ่งมูลค่าของงานในมือที่ยังไม่ส่งมอบ คิดเป็น 5.6 เท่าของรายได้ของบริษัทในปี 2553

ทั้งนี้ มูลค่างานในมือจำนวนมาก จะเป็นหลักประกันกระแสเงินสดให้แก่บริษัทอย่างน้อยในช่วง 3 ปีข้างหน้าประมาณ 40% ของมูลค่างานในมือที่ยังไม่ส่งมอบ เป็นโครงการที่มีอัตรากำไรสูงซึ่งเป็นงานก่อสร้างในภาคพลังงาน การที่บริษัทมีจำนวนโครงการก่อสร้างกำไรสูงจำนวนมาก และมีอำนาจต่อรองกับผู้จัดหาวัตถุดิบ น่าจะช่วยลดทอนผลกระทบในทางลบที่อาจเกิดจากต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงที่เพิ่มสูงขึ้นได้

ทริสเรทติ้ง กล่าวว่า สถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของ บริษัท ซิโน-ไทยเอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น สะท้อนถึงภาระหนี้ที่ต่ำ และเงินสดในมือจำนวนมากโดยเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราว ณ เดือนกันยายน 2554 อยู่ที่ 4,309 ล้านบาทในขณะที่ภาระหนี้มีอยู่เพียง 322 ล้านบาท

อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุน อยู่ในระดับต่ำมากที่ 5.42%ณ สิ้นเดือนกันยายน 2554 ในขณะที่อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่ายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2554 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่107.64 เท่า จาก 79.4 เท่าในปี 2553

แม้ว่าอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงาน มีแนวโน้มจะอ่อนตัวลง ในปี 2555จากการที่ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงปรับตัวสูงขึ้น ทว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานของบริษัท ยังคาดว่าน่าจะอยู่ที่ระดับ 5%-7%

อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ลุกลามสู่พื้นที่กรุงเทพฯ บางส่วน และจังหวัดโดยรอบส่งผลทำให้การก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีน้ำเงิน ต้องชะลอออกไปประมาณ1 เดือน

อย่างไรก็ตาม อุทกภัยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ก่อสร้างอย่างมีนัยสำคัญแม้ว่าผลกระทบจากอุทกภัย จะส่งผลทำให้รายได้ของบริษัทในไตรมาสสุดท้ายของปี 2554ลดลงแต่ผลกระทบไม่น่าจะรุนแรงมาก

นอกจากนี้ ความเสียหายของบริษัทที่เกิดจากน้ำท่วมบางส่วน น่าจะได้รับการชดเชยจากการทำประกันภัย ทริสเรทติ้ง กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน