
SVIS&Pทุ่มเงินซื้อหุ้นคืน
โพสต์ทูเดย์
— SVIS&P เงินล้นมือ ชงขอผู้ถือหุ้นซื้อหุ้นคืนหวังได้ผลตอบแทนเงินปันผลตุงกระเป๋านางพิศมัย สายบัว ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท เอสวีไอ (SVI) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติให้บริษัทซื้อหุ้นคืนในวงเงินสูงสุด 280 ล้านบาท หรือ 9% ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด
ทั้งนี้ งวดปี 2552 บริษัทมีกำไรสุทธิ 582 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 647 ล้านบาท
สำหรับการซื้อหุ้นคืนจะไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ เพราะบริษัทมีกำไรสะสมอยู่ 287 ล้านบาท แต่มีหนี้ที่จะครบกำหนดชำระใน 6 เดือนเพียง 119 ล้านบาท และบริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นคงเหลือจำนวน 669 ล้านบาท และคาดว่าช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้จะมีเงินสดจากการดำเนินกิจการอีกประมาณ 250 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม การซื้อหุ้นคืนจะทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลสูง
ด้านบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท (S&P) แจ้งว่าจะซื้อหุ้นคืนวงเงินสูงสุด 350 ล้านบาท โดยจะซื้อหุ้นไม่เกิน 10.46 ล้านหุ้น หรือ 10% ของหุ้นที่ชำระแล้วและเหตุที่ซื้อหุ้นคืน เพื่อเป็นการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินของบริษัทให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS)
นอกจากนี้ การซื้อหุ้นคืนจะไม่มีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหุ้นของบริษัทเพราะจากข้อมูลจากงบการเงินตรวจสอบงวดล่าสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2552 มีกำไรสะสมเท่ากับ 528.06 ล้านบาท มีหนี้สินที่ถึงกำหนดชำระภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่จะซื้อหุ้นคืนเท่ากับ 615.47 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นว่าบริษัทมีสภาพคล่องคงเหลือเพียงพอที่จะซื้อหุ้นคืนได้
สำหรับผลดำเนินงานของบริษัทในงวดปี 2552 มีกำไรสุทธิ 293.04 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 2.80 บาท โตขึ้น 30.15% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 225.14 ล้านบาท มีกำไรสุทธิต่อหุ้น 2.15 บาท
ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า เหตุผลหนึ่งที่บริษัทจดทะเบียนนำสภาพคล่องที่เหลือจากการดำเนินงานมาซื้อหุ้นคืนเพราะไม่มีการลงทุนใหม่ รวมถึงสภาพการเมืองในบ้านเรายังไม่ชัดเจนทำให้นักลงทุนไม่กล้าตัดสินใจขยายการลงทุน จึงนำเงินมาซื้อหุ้นคืนและจะทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับเงินปันผลในอัตราที่ดีขึ้น







